หะดีษ

จาก MuslimCampus

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา

เนื้อหา

ความหมาย

คำว่าหะดีษ حديث หรืออัลหะดิษ คือ คำพูด การกระทำ การยอมรับ และคุณลักษณะ ตลอดจนชีวประวัติของท่านนบีมุฮัมหมัด (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวัสลัม)อิบนุหะญัร อัล-อัสเกาะลานีย์ให้นิยามของหะดีษว่า “ทุกๆสิ่งที่พาดพิงถึงท่านนบี(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวัสลัม)”

คำที่มีความหมายใกล้เคียงกับหะดีษ

1. อัซซุนนะฮฺ السنة เดิมนั้นแปลว่า แนวทาง หรือ แบบอย่าง ส่วนความหมายทางวิชาการนั้นมีหลายนิยาม

  • นักปราชญ์วิชาหะดีษและปราชญ์อุศูลุลฟิกฮ์ให้ความหมายอัซซุนนะฮฺเช่นเดียวกับคำว่าหะดีษ
  • นักปราชญ์วิชาฟิกฮฺให้ความหมายอัซซุนนะฮฺว่า สิ่งที่มีบัญญัติพึ่งกระทำ หากละเว้นไม่กระทำก็ไม่มีบทลงโทษใดๆ ซึ่งตรงข้ามกับคำว่าวาญิบ(จำเป็น)หรือฟัรฎู(บังคับต้องกระทำ)
  • นักปราชญ์ทั่วไปใช้คำว่า อัซซุนนะฮฺในบางครั้งหมายถึง สิ่งตรงข้ามกับคำว่าบิดอะฮฺ (อุตริกรรม)

2. อะษัร أثر ความหมายเดิมคือ ร่องรอย เครื่องหมาย หรือสิ่งที่หลงเหลือ

  • นักปราชญ์วิชาหะดีษให้ความหมายอะษัรเช่นเดียวกับคำว่าหะดีษ
  • นักปราชญ์บางท่านให้ความหมายว่า คำพูดหรือการกระทำของเศาะหาบะฮฺและตาบิอีน

3. เคาะบัร خبر ความหมายเดิมคือ ข่าว เรื่องราว

  • นักปราชญ์วิชาหะดีษให้ความหมายเคาะบัรเช่นเดียวกับคำว่าหะดีษ
  • นักปราชญ์บางท่านให้ความหมายว่า หะดีษคือสิ่งที่มาจากท่านรอซูล ส่วนเคาะบัรคือสิ่งที่มาจากผู้อื่น


ปราชญ์ บางท่านก็จำแนกคำที่กล่าวมาข้างต้นดังนี้

  • หะดีษ حديث คือสิ่งที่มาจากท่านรอซูล
  • อะษัรأثر คือสิ่งที่มาจากเศาะหาบะฮฺ ตาบีอีนและผู้ที่มาหลังจากพวกเขา
  • เคาะบัร خبر คือ ชีวประวัติของบรรดากษัตริย์สมัยโบราณและบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์

ความแตกต่างระหว่างอัลกุรอานกับหะดีษ

  1. อัลกุรอานคือ كلام الله(คำดำรัสของอัลลอฮฺ)ทั้งถ้อยคำและความหมาย ส่วนหะดีษเป็น- وحي วะห์ยู(วิวรณ์)จากอัลลอฮฺในด้านความหมายเพียงอย่างเดียว
  2. อัลกุรอานมีความเป็นมหัศจรรย์ และความท้าทาย إعجاز و تحدى ทั้งถ้อยคำและความหมายซึ่งต่างกับหะดีษ
  3. ผู้อ่านอัลกุรอานจะได้รับผลบุญถึง 10 เท่าในทุกพยัญชนะของการอ่าน
  4. ผู้หญิงที่มาประจำเดือน ผู้หญิงมีเลือดหลังคลอด(นิฟาส) ผู้มีหะดัษ (คือยังไม่อาบน้ำละหมาดหลังจากได้เสียน้ำละหมาดไม่ว่ากรณีใดๆ) หรือผู้มีญุนุบ (คือยังไม่อาบน้ำยกหะดัษหลังจากหลับนอนกับภรรยาหรือฝันเปียก)พวกเขาเหล่านั้นไม่อนุญาตให้แตะต้องคัมภีร์อัลกุรอานเด็ดขาด (บางทัศนะก็อนุญาตให้ผู้มีญุนูบ และผู้มีรอบเดือนอ่าน หรืสัมผัส อัลกุรฺอานได้เช่นกัน) ส่วนตำราหะดีษไม่มีข้อห้ามแต่ประการใด
  5. อัลกุรอานนั้นถูกบัญญัติให้นำมาอ่านในละหมาด ส่วนหะดีษไม่อนุญาตนำมาอ่านในละหมาด
  6. อัลกุรอานถูกถ่ายทอดรุ่นแล้วรุ่นเล่าด้วยกระบวนการ متواتر มุตะวาติรฺ(มีบุคคลจำนวนมากรายงาน)ซึ่งต่างกับหะดีษบางส่วนเป็นมุตะวาติรฺ บางส่วนเป็นآحاد อาหาด(หะดีษไม่ถึงระดับมุตะวาติรฺ)
  7. ไม่อนุญาตให้รายงานอัลกุรอานด้วยความหมาย แต่หะดีษสามารถรายงานด้วยความหมายได้ตามเงื่อนไขที่มุหัดดิษีน(ปราชญ์หะดีษ)วางไว้


ประเภทของหะดีษ

การจำแนกประเภทของหะดีษนั้นนักวิชาการได้จำแนกหะดีษเป็นดังนี้

  1. จำแนกตามลักษณะของกระแสรายงาน
  2. จำแนกตามลักษณะของการนำมาใช้มาเป็นหลักฐานอ้างอิง
  3. จำแนกตามลักษณะของผู้สืบ
  4. จำแนกตามลักษณะของกระแสรายงาน แบ่งออกเป็นได้ สองประเภทคือ
    1. หะดีษมุตะวาติรฺ متواتر
    2. หะดีษอาหาด آحاد

อ้างอิง