ซูเราะหฺอัลอิสรออ์

จาก MuslimCampus

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา
อัลกุรอานแปลไทย
بسم الله الرحمن الرحيم
ด้วยพระนามแห่งอัลลอฮฺ พระผู้ทรงเมตตายิ่ง พระผู้ทรงปรานียิ่ง

{1} พระพิสุทธิคุณแห่งพระผู้ทรงนำบ่าวของพระองค์เดินทางในเวลาราตรี จาก อัลมัสญิด อัลฮะรอม ไปยัง อัลมัสญิด อัลอักศอ ซึ่งเราได้ประสาทพรแก่บริเวณรอบข้างมัน เพื่อเราจะให้เขาเห็นบางอย่างจากสัญญาณต่าง ๆ ของเรา แท้จริงพระองค์คือพระผู้ทรงได้ยิน พระผู้ทรงเห็น

{2} และเราได้ให้คัมภีร์แก่มูซา และเราได้ทำให้มันเป็นทางนำแก่วงศ์วานแห่งอิสรออีล "ว่าอย่ายึดถือผู้ใดอื่นจากฉันเป็นผู้คุ้มครองอย่างเด็ดขาด"

{3} "โอ้ เผ่าพันธุ์ของผู้ที่เราได้บรรทุกไว้ในเรือกับนูฮฺ!" แท้จริงเขาเป็นบ่าวผู้กตัญญู

{4} และเราได้แจ้งแก่วงศ์วานของอิสรออีลในคัมภีร์ว่า พวกเธอจะก่อความเสียหายในแผ่นดินสองครั้ง และแน่นอน พวกเธอจะโอหังยโสยิ่ง

{5} ดังนั้น เมื่อสัญญาข้อแรกจากสองนั้นได้มาถึง เราได้ส่งบรรดาบ่าวของเราผู้มีอํานาจเข้มแข็งเข้าครอบครองพวกเธอ แล้วพวกเขาได้บุกเข้าค้นตามบ้านเรือน และมันเป็นสัญญาที่ได้เกิดขึ้นแล้ว

{6} และเราได้ให้พวกเธอกลับมีอํานาจเหนือพวกเขา และเราได้เพิ่มพูนทรัพย์สินและบุตรหลานแก่พวกเธอ และเราได้ทำให้พวกเธอมีรี้พลมากมาย

{7} หากพวกเธอทำความดี พวกเธอก็ทำเพื่อตัวของเธอเอง และหากว่าพวกเธอทำความชั่ว ก็เพื่อตัวเอง แล้วเมื่อสัญญาอีกข้อหนึ่งได้มาถึง พวกเขาก็จะก่อความอับอายขายหน้าแก่พวกเธอ และจะเข้าไปในมัสญิดนั้น เช่นที่พวกเขาได้เข้าไปแล้วในครั้งแรก และพวกเขาก็จะทำลายสิ่งที่พวกเขาได้พิชิตอย่างหมดสิ้น

{8} หวังว่าพระเจ้าของพวกเธอจะทรงเมตตาต่อพวกเธอ และหากพวกเธอหวนกลับมาอีก เราก็จะโต้กลับเช่นกัน และเราได้ให้นรกเป็นที่คุมขังสำหรับผู้ปฏิเสธศรัทธา

{9} แท้จริง อัลกุรอานนี้นำสู่ทางที่เที่ยงตรงยิ่ง และแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ศรัทธาที่ประกอบความดีทั้งหลายว่า พวกเขานั้นจะได้รับการตอบแทนอันยิ่งใหญ่

{10} และแท้จริงบรรดาผู้ไม่ศรัทธาต่อโลกหน้านั้น เราได้เตรียมไว้สำหรับพวกเขาแล้วซึ่งการลงโทษอันเจ็บแสบ

{11} และมนุษย์นั้นวิงวอนขอความชั่ว เยี่ยงการวิงวอนขอของเขาเพื่อความดี และมนุษย์นั้นเป็นผู้รีบร้อนเสมอ

{12} และเราได้ทำให้ราตรีและทิวาเป็นสองสัญญาณ ดังนั้น เราทำให้สัญญาณของราตรีมืดมน และเราได้ทำให้สัญญาณของทิวามีแสงสว่าง เพื่อพวกเธอจะได้ แสวงหาความโปรดปรานจากพระเจ้าของพวกเธอ และเพื่อพวกเธอจะได้รู้จํานวนปีทั้งหลายและการคํานวณ และทุก ๆ สิ่งเราได้แจกแจงมันอย่างละเอียดแล้ว

{13} และมนุษย์ทุกคน เราได้ให้การงานของเขาแขวนติดไว้ที่คอของเขา และในวันฟื้นคืนชีพ เราจะเอาบันทึกออกมาให้เขาพบมันในสภาพที่กางแผ่

{14} เธอจงอ่านบันทึกของเธอพอเพียงแก่ตัวเธอแล้ววันนี้ที่จะเป็นผู้ชําระของตัวเธอเอง

{15} ผู้ใดได้พบแนวทางที่ถูกต้อง แท้จริงเขาจะอยู่ในทางนั้นเพื่อตัวเขาเอง และไม่มีผู้แบกภาระใดที่จะแบกภาระของผู้อื่นได้และเรามิเคยลงโทษผู้ใด จนกว่าเราจะส่งศาสนทูตมา

{16} และเมื่อเราปรารถนาที่จะทำลายหมู่บ้านใด เราได้บัญชาให้พวกฟุ่มเฟือยของมัน แล้วพวกเขาก็ฝ่าฝืน ดังนั้น พระดํารัส (การลงโทษ) จะเป็นจริงแก่มัน ฉะนั้นเราจะได้ทำลายมัน อย่างพินาศ

{17} และกี่ชนชั้นแล้วหลังจากนูฮฺที่เราได้ทำลาย และพอเพียงกับพระ เจ้าของเธอผู้ทรงรอบรู้ ทรงเห็นความผิดของปวงบ่าวของพระองค์

{18} ผู้ใดปรารถนาชีวิตชั่วคราว (ในโลกนี้) เราก็จะเร่งให้เขาได้รับมันตามที่เราประสงค์แก่ผู้ที่เราปรารถนา แล้วเราได้เตรียมนรกไว้สำหรับเขา เขาจะเข้าไปอย่างถูกเหยียดหยามถูกขับไส

{19} และผู้ใดปรารถนาปรโลก และขวนขวายเพื่อมันอย่างจริงจัง โดยที่ เขาเป็นผู้ศรัทธาชนเหล่านั้น การขวนขวายของพวกเขาจะได้รับการชมเชย

{20} ทั้งหมด เราช่วยเขาเหล่านี้และเขาเหล่านั้น จากการประทานให้ของพระเจ้าของเธอ และการประทานให้ ของพระเจ้าของเธอนั้นมิถูกห้าม (แก่ผู้ใด)

{21} จงดูเถิด! เราได้ทำให้บางคนในหมู่พวกเขาดีเด่นกว่าอีกบางคนอย่างไร? และแน่นอนปรโลกนั้นมีฐานะยิ่งใหญ่กว่าหลายชั้น และยิ่งใหญ่กว่าในความดีเด่น

{22} เธออย่าตั้งพระเจ้าอื่นคู่เคียงกับอัลลอหฺ มิฉะนั้นเธอจะกลายเป็นผู้ถูกเหยียดหยามถูกทอดทิ้ง

{23} และพระเจ้าของเธอบัญชาว่า พวกเธออย่าเคารพภักดีผู้ใดนอกจาก พระองค์เท่านั้น และจงทำดีต่อบิดามารดา เมื่อผู้ใดในทั้งสองหรือทั้งสองบรรลุสู่วัยชราอยู่กับเธอ ดังนั้นอย่ากล่าวแก่ทั้งสองว่า อุฟ ! และอย่าขู่เข็ญท่านทั้งสอง และจงพูดแก่ท่านทั้งสอง ด้วยถ้อยคําที่อ่อนโยน

{24} และจงนอบน้อมแก่ท่านทั้งสอง ซึ่งการถ่อมตนเนื่องจากความเมตตา และจงกล่าวว่า "โอ้พระเจ้าของข้าฯ ขอพระองค์ได้ทรงเมตตาแก่ท่านทั้งสอง เช่นที่ทั้งสองได้เลี้ยงดูฉันเมื่อเยาว์วัย”

{25} พระเจ้าของพวกเธอทรงรู้ดียิ่งถึงสิ่งที่อยู่ในจิตใจของพวกเธอ หากพวกเธอเป็นคนดี ดังนั้นพระองค์เป็นผู้ทรงอภัยแก่บรรดาผู้กลับเนื้อกลับตัวอย่างแน่นอน

{26} และจงให้สิทธิแก่ญาติที่ใกล้ชิด และผู้ขัดสน และผู้เดินทาง และอย่าสุรุ่ยสุร่ายอย่างฟุ่มเฟือย

{27} แท้จริง บรรดาผู้สุรุ่ยสุร่ายนั้นเป็นพวกพ้องของเหล่าชัยฏอน และชัยฏอนนั้นเนรคุณต่อพระเจ้าของมัน

{28} และหากเธอผินหลังให้พวกเขาเพื่อแสวงหาความเมตตาจากพระ เจ้าของเธอ โดยหวังมันอยู่ ดังนั้น จงกล่าวแก่พวกเขาด้วยถ้อยคําที่นิ่มนวล

{29} และเธออย่าให้มือของเธอถูกตรึงอยู่ที่คอของเธอ และอย่าแบมันจนหมดสิ้น มิฉะนั้นเธอจะกลายเป็นผู้ถูกประณาม นั่งเศร้าโศกเสียใจ

{30} แท้จริง พระเจ้าของเธอทรงเพิ่มพูนปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และทรงบีบให้คับแคบ แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ เป็นผู้ทรงเห็นปวงบ่าวของพระองค์

{31} และพวกเธออย่าฆ่าลูก ๆ ของพวกเธอเพราะกลัวความยากจน เราให้ ปัจจัยยังชีพแก่พวกเขาและแก่พวกเธอโดยเฉพาะ แท้จริงการฆ่าพวกเขานั้นเป็นความผิดอันใหญ่หลวง

{32} และพวกเธออย่าเข้าใกล้การผิดประเวณี แท้จริงมันเป็นการลามกและทางอันชั่วช้า

{33} และพวกเธออย่าฆ่าชีวิตที่อัลลอหฺทรงห้ามไว้ เว้นแต่ด้วยความเที่ยงธรรม และผู้ใดถูกฆ่าอย่างอยุติธรรม ดังนั้น เราได้ให้อำนาจแก่ผู้ปกครองของเขา ฉะนั้น อย่าได้ล่วงเกินขอบเขตในเรื่องการฆ่า แท้จริงเขา (ผู้ถูกอธรรม) จะได้รับความช่วยเหลือ

{34} และพวกเธออย่าเข้าใกล้ทรัพย์สินของเด็กกำพร้า เว้นแต่โดยวิธีที่ดียิ่ง จนกว่าเขาจะบรรลุนิติภาวะ และจงให้ครบตามสัญญา แท้จริงสัญญานั้นจะถูกสอบสวน

{35} และจงตวงให้เต็มเมื่อพวกเธอตวง และจงชั่งด้วยตาชั่งที่เที่ยงตรง เป็นการดียิ่งและเป็นการตัดสินใจที่ดีกว่า

{36} และอย่าตามสิ่งที่เธอไม่มีความรู้ในเรื่องนั้น แท้จริงหู และตา และจิตใจ ทุกสิ่งเหล่านั้นจะถูกสอบสวน

{37} และอย่าเดินบนแผ่นดินอย่างเย่อหยิ่ง แท้จริงเธอมิอาจจะดำดิน และมิิอาจจะบรรลุความสูงของภูเขาได้

{38} ทั้งหมดนั้น ความเลวของมันเป็นที่รังเกียจยิ่ง ณ พระผู้เป็นเจ้าของเธอ

{39} นั่นคือส่วนหนึ่งจากที่พระเจ้าของเธอทรงประทานฮิกมะหฺแก่เธอ และเธออย่าตั้งพระเจ้าอื่นใดเคียงคู่กับอัลลอหฺ มิฉะนั้นเธอจะถูกโยนลงในนรกญะฮันนัม เป็นผู้ถูกครหา ถูกขับไล่

{40} พระเจ้าของพวกเธอทรงเลือกบุตรให้แก่พวกเธอ และพระองค์เองทรงเลือกเอามะลาอิกะหฺเป็นบุตรีกระนั้นหรือ? แท้จริงพวกเธอนั้นกําลังกล่าวคําพูดที่ร้ายกาจยิ่ง

{41} และโดยแน่นอน เราได้ชี้แจงในอัลกุรอานนี้เพื่อพวกเขาจะได้รำลึก แต่มันมิได้เพิ่มสิ่งใดแก่พวกเขา นอกจากการเตลิดหนี

{42} จงกล่าวเถิด "หากมีพระเจ้ามากหลายเคียงคู่อยู่กับพระองค์เช่นที่พวกเขากล่าว เมื่อนั้นแน่นอน พวกมันจะแสวงหาทางไปสู่พระผู้ทรงครองบัลลังก์"

{43} พระพิสุทธิคุณแห่งพระองค์ และพระองค์ทรงสูงส่งเหนือจากที่พวกเขากล่าว ทรงสูงส่งอย่างใหญ่หลวง

{44} ชั้นฟ้าทั้งเจ็ดและแผ่นดิน และทุกสิ่งที่อยู่ในนั้น สดุดีสรรเสริญแด่พระองค์ และไม่มีสิ่งใดเว้นแต่จะสดุดีด้วยการสรรเสริญพระองค์ แต่ว่าพวกเธอไม่เข้าใจคําสดุดีของพวกเขา แท้จริงพระองค์เป็นพระผู้ทรงหนักแน่น พระผู้ทรงอภัยเสมอ

{45} และเมื่อเธออ่านอัลกุรอาน เราได้กางม่านที่ถูกอำพรางนั้นกั้นไว้ระหว่างเธอ และบรรดาผู้ไม่ศรัทธาต่อวันปรโลก

{46} และเราได้ทำฝาปิดบนหัวใจของพวกเขา เพื่อมิให้พวกเขาเข้าใจมัน (อัลกุรอาน) และในหูของพวกเขานั้นหนวก และเมื่อเธอกล่าวถึงพระเจ้าของเธอในอัลกุรอานเพียงองค์เดียว พวกเขาก็ผินหลังของพวกเขาเตลิดหนี

{47} เรารู้ดียิ่งถึงสิ่งที่พวกเขาฟังมัน ขณะที่พวกเขาเงี่ยหูฟังเธอ และขณะที่พวกเขาปรึกษากันลับ ๆ โดยพวกอธรรมกล่าวว่า "พวกท่านหาได้ตามผู้ใดไม่ นอกจากผู้ถูกคุณไสย”

{48} จงดูเถิด ! พวกเขายกอุทาหรณ์แก่เธออย่างไร ดังนั้นพวกเขาได้หลงแล้ว พวกเขาไม่สามารถหาทางใด ๆ ได้

{49} และพวกเขากล่าวว่า "เมื่อเราเป็นกระดูกและร่วนยุ่ยแล้ว เรา จะถูกให้ฟื้นขึ้นเพื่อกําเนิดใหม่แน่หรือ?”

{50} จงกล่าวเถิด "หากพวกท่านเป็นหินหรือเหล็ก"

{51} "หรือกําเนิดใดจากที่แข็งยิ่งในหัวอกของพวกท่านก็ตาม” ดังนั้นพวกเขาจะกล่าวว่า "ผู้ใดเล่าจะให้เรากลับขึ้นมาอีก?” จงกล่าวเถิด "พระองค์ผู้ทรงบังเกิดพวกท่านเป็นครั้งแรก” แล้วพวกเขาก็สั่นศีรษะของพวกเขาแก่เธอพลางกล่าวว่าเมื่อใดเล่า? จงกล่าวเถิด "หวังว่ามันใกล้เข้ามาแล้ว”

{52} วันที่พระองค์จะทรงเรียกร้องพวกเธอ และพวกเธอจะตอบสนองด้วยการสรรเสริญพระองค์ และพวกเธอจะนึกว่ามิได้อยู่ (ในโลกนี้) เว้นแต่เพียงชั่วครู่เท่านั้น

{53} และจงกล่าวแก่ปวงบ่าวของฉัน ที่พวกเขากล่าวแต่คําพูดที่ดียิ่งว่า "แท้จริงชัยฏอนนั้นมันยุแหย่ระหว่างพวกเขา แท้จริงชัยฏอนนั้นเป็นศัตรูที่เปิดเผยของมนุษย์”

{54} พระเจ้าของพวกเธอทรงรู้จักพวกเธอดียิ่ง หากพระองค์ทรงประสงค์ พระองค์ก็จะทรงเมตตาพวกเธอ หรือหากพระองค์ทรงประสงค์พระองค์ก็จะทรงลงโทษพวกเธอ และเราไม่ได้ส่งเธอมาเป็นผู้คุ?มครองพวกเขาแต่ประการใด

{55} และพระเจ้าของเธอทรงรู้ดียิ่งถึงสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และโดยแน่นอน เราได้เลือกนบีบางคนให้ดีเด่นกว่าอีกบางคน และเราได้ให้ซะบูรแก่ดาวูด

{56} จงกล่าวเถิด "พวกเธอจงเรียกร้องบรรดาสิ่งที่พวกเธอกล่าวอ้างอื่นจากพระองค์ พวกมันไม่มีอํานาจที่จะปลดเปลื้องความทุกข์ยากและเปลี่ยนแปลงมันจากพวกเธอได้"

{57} เหล่านั้นที่พวกเขาวิงวอนนั้น พวกมันก็ยังหวังที่จะหาทางเข้าสู่พระเจ้าของพวกมัน ว่า ผู้ใดในหมู่พวกมันจะเข้าใกล้ที่สุด และพวกมันยังหวังในความเมตตาของพระองค์ และกลัวการ ลงโทษของพระองค์ แท้จริงการลงโทษของพระเจ้าของเธอนั้นควรน่าระวัง

{58} และไม่มีหมู่บ้านใดเว้นแต่เราเป็นผู้ทำลายมันก่อนถึงวันฟื้นคืนชีพ หรือเป็นผู้ลงโทษมันด้วยการลงโทษอย่างสาหัส นั่นมันได้ถูกบันทึกไว้แล้วในบันทึก

{59} ไม่มีสิ่งใดยับยั้งเราโดยที่เราจะส่งสัญญาณต่าง ๆ เว้นแต่ว่าพวกสมัยก่อน ๆ ได้ปฏิเสธมันและเราได้ให้อูฐตัวเมียเป็นที่ประจักษ์แจ้งแก่พวกษะมูด แต่พวกเขาได้ทารุณมัน และเรามิได้ส่งสัญญาณต่างๆ เพื่ออื่นใด เว้นแต่เพื่อเป็นการเตือนสำทับเท่านั้น

{60} และจงรำลึกเมื่อเรากล่าวแก่เธอว่า แท้จริงพระเจ้าของเธอทรงรอบรู้ ในเรื่องของมนุษย์ และมิได้ทำให้การฝันซึ่งเราได้เธอเห็นเพื่ออื่นใด เว้นแต่เพื่อเป็นการทดสอบแก่มนุษย์และต้นไม้ (ซักกูม) ที่ถูกสาปในอัลกุรอาน และเราได้ทำให้พวกเขาหวาดกลัว ดังนั้น มันมิได้เพิ่มสิ่งใดแก่พวกเขา นอกจากการยิ่งดื้อรั้น

{61} และจงรำลึกเมื่อเรากล่าวแก่มะลาอิกะหฺว่า จงกราบสุญูดต่ออาดัม แล้วพวกเขาได้กราบสุญูด เว้นแต่อิบลีส มันกล่าวว่า "ฉันจะกราบสุญูดต่อผู้ที่พระองค์ทรงสร้างจากดินกระนั้นหรือ?"

{62} มันกล่าวว่า "พระองค์ทรงเห็นแล้วมิใช่หรือ เขาผู้นี้ที่พระองค์ทรงให้เกียรติมากกว่าฉันหากพระองค์ทรงได้โปรดประวิงเวลาแก่ข้าฯ จนถึงวันกิยามะหฺ แน่นอนข้าฯจะทำลายล้างลูกหลานของเขาให้หมดสิ้น เว้นแต่เพียงเล็กน้อย

{63} พระองค์ตรัสว่า "เธอจงไปให้พ้น! ดังนั้น ผู้ใดในหมู่พวกเขาปฏิบัติตามเธอ แท้จริงนรกคือการตอบแทนของพวกเธอ เป็นการตอบแทนที่สมบูรณ์"

{64} "และเธอจงยั่วยวนผู้ที่เธอสามารถทำให้เขาหลงในหมู่พวกเขา ด้วยเสียงของเธอและชักชวนพวกเขาให้เห็นพ้องด้วยด้วยพลม้าของเธอและด้วยพลเดินเท้าของเธอ และจงมีส่วนร่วมกับพวกเขาในทรัพย์สินและลูกหลาน และจงสัญญาพวกเขา" และชัยฏอนไม่ได้ให้ สัญญาใด ๆ แก่พวกเขา เว้นแต่เป็นการหลอกลวงเท่านั้น

{65} แท้จริงปวงบ่าวของฉันนั้น เธอไม่มีอํานาจใด ๆ เหนือพวกเขา และพอเพียงแล้วที่ พระเจ้าของเธอเป็นผู้คุ้มครอง

{66} พระเจ้าของพวกเธอคือผู้ทรงให้นาวาแล่นตามท้องทะเล เพื่อพวกเธอจะได้แสวงหาความโปรดปรานของพระองค์ แท้จริง พระองค์เป็นผู้ทรงเมตตาแก่พวกเธอเสมอ

{67} และเมื่อทุกขภัยประสบแก่พวกเธอในท้องทะเล ผู้ที่พวกเธอวิงวอนขอก็จะสูญหายไปเว้นแต่พระองค์เท่านั้น ต่อมาเมื่อพระองค์ทรงช่วยให้พวกเธอรอดพ้นขึ้นบก พวกเธอก็หันหลัง ออกไป และมนุษย์นั้นเป็นผู้เนรคุณเสมอ

{68} พวกเธอจะปลอดภัยหรือ? หากพระองค์จะทรงให้ริมฝั่งนั้นถล่มลงไปพร้อมกับพวกเธอ หรือจะทรงส่งลมหอบกรวดกระหน่ำลงมาเหนือพวกเธอ แล้วพวกเธอจะไม่พบผู้ใดเป็นผู้คุ้มครองพวกเธอเลย

{69} หรือพวกเธอจะปลอดภัย? หากพระองค์จะทรงนำพวกเธอกลับไปในทะเลนั้นอีกครั้งหนึ่ง แล้วทรงส่งลมพายุร้ายกระหน่ำพวกเธอ แล้วให้พวกเธอจมน้ำตาย เพราะพวกเธอ เนรคุณ หลังจากนั้น พวกเธอก็จะไม่พบผู้ใดมาติดตามสอบสวนเราในเรื่องนั้น"

{70} และโดยแน่นอน เราได้ให้เกียรติแก่ลูกหลานของอาดัมและเราได้บรรทุกพวกเขาทั้งทางบกและทางทะเล และได้ให้ปัจจัยยังชีพที่ดีทั้งหลายแก่พวกเขา และเราได้ให้พวกเขามีเกียรติเหนือกว่าส่วนมากของผู้ที่เราได้สร้าง

{71} วันที่เราจะเรียกร้องมนุษย์ทุกคนพร้อมด้วยผู้นำของพวกเขา ดังนั้น ผู้ใดที่บันทึกของเขาถูกยื่นให้ทางขวาของเขา เขาเหล่านั้นก็จะได้อ่านบันทึกของพวกเขา โดยที่พวกเขาจะไม่ถูกอธรรมแม้แต่น้อย

{72} และผู้ใดบอดในโลกนี้ ดังนั้น เขาก็จะบอดในปรโลกด้วย และหลงทางอย่างไกลยิ่ง

{73} และหากว่าพวกเขาจะทำให้เธอหลงไปจากที่เราได้วิวรณ์แก่เธอ เพื่อเธอจะได้กุสิ่งอื่นขึ้นแก่เรา และเมื่อนั้น พวกเขาก็จะคบเธอเป็นเพื่อนสนิท

{74} และหากว่าเราไม่ได้ให้เธอตั้งมั่นอยู่บนความจริงแล้ว เธอก็คงจะโน้มเอียงไปทางพวกเขาบ้างเล็กน้อย

{75} ถ้าเช่นนั้น แน่นอนเราก็จะให้เธอลิ้มรส (การลงโทษ) สองเท่าในชีวิตนี้และสองเท่าเมื่อยามตาย แล้วเธอจะไม่พบผู้ช่วยเหลือแก่เธอให้พ้นจากเราได้

{76} และหากพวกเขายุแหย่ให้เธอออกจากแผ่นดิน เพื่อขับไล่เธอออกไป และเมื่อนั้น พวกเขาจะไม่พำนักอยู่นานหลังจากเธอออกไป เว้นแต่ช่วงเวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

{77} นี่คือแนวทางของผู้ที่เราได้ส่งเขามาก่อนเธอ จากบรรดาศาสนทูตของเรา และเธอจะไม่พบการเปลี่ยนแปลงในแนวทางของเราแต่ประการใด

{78} จงดํารงการนมาซไว้ตั้งแต่ตะวันคล้อยจนพลบค่ำ และการอ่านยามรุ่งอรุณ แท้จริงการอ่านยามรุ่งอรุณนั้นจะได้รับการยืนยันเสมอ

{79} และยามหนึ่งของราตรี เธอจงตื่นขึ้นมานมาซ ด้วยความสมัครใจของเธอ หวังว่าพระเจ้าของเธอจะทรงให้เธอได้รับตําแหน่งที่ได้รับการสรรเสริญ

{80} และจงกล่าวว่า "โอ้พระเจ้าของข้าฯ ขอพระองค์ได้ทรงโปรดนำข้าฯเข้าในทางเข้าที่ชอบธรรม และได้ทรงโปรดนำข้าฯออกจากทางออกที่ชอบธรรม และทรงโปรดให้ข้าฯมีอํานาจที่เข้มแข็งซึ่งได้รับการช่วยเหลือจากพระองค์"

{81} และจงกล่าวเถิด "เมื่อความจริงปรากฏขึ้นและความเท็จย่อมมลายไป แท้จริงความเท็จนั้นย่อมมลายไปเสมอ"

{82} และเราได้ให้ส่วนหนึ่งจากอัลกุรอานลงมาซึ่งเป็นการบําบัดและความเมตตาแก่บรรดาผู้ศรัทธา และมันมิได้เพิ่มอันใดแก่พวกอธรรม นอกจากการขาดทุนเท่านั้น

{83} และเมื่อเราให้ความโปรดปรานแก่มนุษย์ เขาเหินห่างและปลีกตัวออกไปข้าง ๆ และเมื่อความชั่วประสบแก่เขาเขาก็เบื่อหน่ายหมดอาลัย

{84} จงกล่าวเถิด "ทุกคนจะกระทำตามรูปแบบของเขา ฉะนั้น พระเจ้าของพวกเธอทรงรู้ดียิ่งถึงผู้ที่ได้รับแนวทางอย่างถูกต้อง"

{85} และพวกเขาจะถามเธอเกี่ยวกับวิญญาณ จงกล่าวเถิดว่า เรื่องวิญญาณนั้นเป็นไปตามพระบัญชาของพระเจ้าของฉัน และพวกเธอจะไม่ได้รับความรู้ใด ๆ เว้นแต่เพียงเล็กน้อย เท่านั้น"

{86} และหากเราประสงค์ แน่นอน เราจะเอาสิ่งซึ่งเราได้วิวรณ์แก่เธอไปเสีย และเธอจะไม่พบผู้คุ้มครองคนใดเหนือเราในเรื่องนี้สำหรับเธอ

{87} แต่ว่ามันเป็นพระเมตตาจากพระเจ้าของเธอ แท้จริง ความโปรดปรานของพระองค์ที่มีต่อเธอนั้นใหญ่หลวงนัก

{88} จงกล่าวเถิด "แน่นอนหากมนุษย์และญินรวมกันที่จะนำมาเช่นอัลกุรอานนี้ พวกเขาไม่อาจจะนำมาเช่นนั้นได้ และแม้ว่าบางคนในหมู่พวกเขาเป็นผู้ช่วยเหลือแก่อีกบางคนก็ตาม"

{89} และโดยแน่นอนเราได้อธิบายแก่มนุษย์แล้ว จากทุกอุทาหรณ์ในอัลกุรอานนี้แต่ส่วนมากของมนุษย์ปฏิเสธไม่ยอมรับนอกจากการไม่ศรัทธา

{90} และพวกเขากล่าวว่า "เราจะไม่ศรัทธาต่อท่าน จนกว่าท่านจะทำให้ แผ่นดินแตกออกเป็นลําธารแก่เรา"

{91} "หรือให้ท่านมีส่วนอินทผลัมและองุ่นให้มันแยกเป็นลําน้ำหลายสายพวยพุ่งออกมาท่ามกลางมัน"

{92} "หรือท่านทำให้ชั้นฟ้าหล่นลงมาบนพวกเราเป็นเสี่ยง ๆ ตามที่ท่านอ้าง หรือนำอัลลอหฺและมลาอิกะหฺมาให้เราเห็นต่อหน้า"

{93} "หรือให้ท่านมีบ้านทำด้วยทองคำหนึ่งหลัง หรือท่านขึ้นไปบนชั้นฟ้า และเราจะไม่ศรัทธาสำหรับการขึ้นไปของท่านจนกว่าท่านจะนำคัมภีร์เล่มหนึ่งลงมาให้เราได้อ่าน" จงกล่าวเถิด "พิสุทธิคุณแห่งพระเจ้าของฉัน ฉันมิได้เป็นอื่นใด นอกจากเป็นมนุษย์ เป็นศาสนทูต"

{94} และไม่มีสิ่งใดหรอกที่จะห้ามมนุษย์ไม่ให้พวกเขาศรัทธา เมื่อแนวทางที่ ถูกต้องมายังพวกเขาแล้ว นอกจากการที่พวกเขากล่าวว่า อัลลอหฺทรงแต่งตั้งมนุษย์ธรรมดาเป็นศาสนทูตกระนั้นหรือ?"

{95} จงกล่าวเถิด "หากมะลาอิกะหฺเดินสัญจรอย่างสงบในแผ่นดินได้ แน่นอนเราจะส่งมะลักหนึ่งตนลงมาจากฟากฟ้า เป็นศาสนทูตแก่พวกเขา"

{96} จงกล่าวเถิด "พอเพียงแล้วที่อัลลอหฺทรงเป็นพยาน ระหว่างฉันและพวกเธอ แท้จริงพระองค์เป็นพระผู้ทรงรอบรู้ พระทรงมองเห็นปวงบ่าวของพระองค์"

{97} และผู้ใดที่อัลลอหฺทรงแนะแนวทาง เขาก็จะเป็นผู้อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง และผู้ใดที่อัลลอหฺทรงให้หลงทางแล้ว ดังนั้นพวกเธอจะไม่พบอีกเลยสำหรับพวกเขา ซึ่งบรรดาผู้คุ้มครองอื่นจากพระองค์ และเราจะชุมนุมพวกเขาในวันฟื้นคืนชีพ ถูกลากคว่ำหน้าโดยมีสภาพเป็นคนตาบอด เป็นใบ้และหูหนวก ที่พำนักของพวกเขาคือนรกญะฮันนัม ทุกครั้งที่มันมอดเราได้เพิ่มการเผาไหม้ลุกโชนแก่พวกเขา

{98} นั่นคือการตอบแทนของพวกเขา โดยแน่นอน พวกเขาปฏิเสธศรัทธาต่อสัญญาณทั้งหลายของเรา และพวกเขากล่าวว่า "เมื่อเราเป็นกระดูกและร่วนยุ่ยแล้ว แท้จริงเราจะถูกให้ฟื้นขึ้น เพื่อกําเนิดใหม่ได้อย่างไร?"

{99} พวกเขาไม่เห็นดอกหรือว่า แท้จริง อัลลอหฺผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลาย และแผ่นดินพระองค์เป็นผู้ทรงอานุภาพที่จะสร้างเยี่ยงพวกเขา และทรงกําหนดเวลาหนึ่งสำหรับพวกเขา ไม่มีการสงสัยใดๆ ในนั้น แต่พวกอธรรมปฏิเสธไม่ยอมรับ นอกจากการไม่ศรัทธา

{100} จงกล่าวเถิด "หากพวกเธอครอบครองขุมแห่งความเมตตาของพระเจ้าของฉัน เมื่อนั้นพวกเธอก็จะหน่วงเหนี่ยวมันไว้เพราะกลัวการบริจาค และมนุษย์นั้นเป็นคนตระหนี่"

{101} และโดยแน่นอน เราได้ให้แก่มูซาบรรดาปาฏิหาริย์อันประจักษ์เก้าประการ ดังนั้น เธอจงถามวงศ์วานแห่งอิสรออีลเมื่อเขา (มูซา) มายังพวกเขา ฟิรเอานฺได้พูดกับเขาว่า "ดูกร มูซา!แท้จริง ข้าเชื่อว่าเจ้าถูกทำคุณไสย"

{102} เขากล่าวว่า "โดยแน่นอนท่านย่อมรู้ดีว่าไม่มีผู้ใดประทานสิ่งเหล่านี้ นอกจากพระเจ้าแห่งชั้นฟ้าทั้งหลาย และแผ่นดินเพื่อเป็นพยาน และแท้จริง ฉันคิดว่าท่าน โอ้ฟิรเอานฺเป็นผู้หายนะแล้ว"

{103} ดังนั้น เขา(ฟิรเอานฺ)ต้องการที่จะย้ายพวกเขาออกไปจากแผ่นดิน ฉะนั้น เราจึงให้เขาจมน้ำตาย พร้อมกับผู้ที่อยู่ร่วมกับเขาทั้งหมด

{104} และเราได้กล่าวแก่วงศ์วานแห่งอิสรออีลหลังจากเขาว่า "จงพำนักอยู่ในดินแดนนี้ ดังนั้นเมื่อสัญญาแห่งวันอาคิเราะหฺได้มาถึง เราจะนำพวกเธอทั้งหมดมารวมไว้ด้วยกัน"

{105} และด้วยความจริง เราได้ประทานมัน(อัลกุรอาน)ลงมา และ ด้วยความจริงมันได้ลงมา และเรามิได้ส่งเธอเพื่ออื่นใด นอกจากเพื่อเป็นผู้แจ้งข่าวดี และเป็นผู้ตักเตือน

{106} และอัลกุรอาน เราได้แยกมันไว้อย่างชัดเจน เพื่อเธอจะได้อ่านมันแก่มนุษย์อย่างช้า ๆ และเราได้ประทานมันลงมาเป็นขั้นตอน

{107} จงกล่าวเถิด "พวกเธอจะศรัทธาต่อมันหรือไม่ศรัทธาก็ตาม แท้จริง บรรดาผู้ได้รับความรู้ก่อนหน้ามันนั้น เมื่อมันได้ถูกอ่านแก่พวกเขาแล้ว พวกเขาจะหมอบลง ใบหน้าจรด พื้นเพื่อกราบสุญด"

{108} และพวกเขาจะกล่าวว่า "พระพิสุทธิคุณแห่งพระเจ้าของพวกข้าฯ สัญญาของพระเจ้าของพวกข้าฯนั้นแน่นอน ย่อมถูกปฏิบัติให้ครบถ้วน"

{109} และพวกเขาจะหมอบกราบลง ใบหน้าจรดพื้นพลางร้องไห้และมันจะเพิ่มการสำรวมแก่พวกเขา

{110} จงกล่าวเถิด "พวกเธอจงเรียก อัลลอหฺ หรือจงเรียก อัรเราะฮฺมาน เถิด อันใดก็ตามที่เธอเรียก พระองค์นั้นก็ยังมีบรรดาพระนามอันสวยงามยิ่ง และอย่าขึ้นเสียงดังในเวลานมาซของเธอ และอย่าลดให้ค่อยเช่นกัน แต่จงแสวงหาทางปานกลางระหว่างนั้น

{111} และจงกล่าวเถิด "การสรรเสริญทั้งมวลเป็นของอัลลอหฺ ซึ่งไม่ทรงมีพระบุตรและไม่มีภาคีใด ๆ ร่วมกับพระองค์ในอํานาจ และไม่มีผู้ช่วยเหลือใด ๆ แก่พระองค์ให้พ้นจากความต่ำต้อย และจงเทอดทูนพระองค์ให้ยิ่งใหญ่"