ซะกาต
จาก MuslimCampus
"จงรับเอาทานจากสมบัติของพวกเขา เพื่อเจ้า (มุฮัมมัด) จะได้ชำระพวกเขาให้สะอาดและขัดเกลาพวกเขา (ด้วยทานนั้น)"
"การให้หรือการทำบุญให้ทานนั้นเป็นพยานหลักฐาน" กล่าวคือ เศาะดะเกาะฮ นั้นเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ศรัทธาเชื่อถือที่แท้จริงในพระผู้เป็นเจ้า
เนื้อหา |
เศาะดะเกาะฮ หรือซะกาตเป็นข้อบังคับ
"แท้จริง มนุษย์นั้นถูกบังเกิดมาเป็นผู้กระวนกระวาย เมื่อความทุกข์ยากเกิดขึ้นแก่เขาเขาก็คร่ำครวญ แต่เมื่อมีลาภเกิดขึ้นแก่เขา เขาก็หวงแหน นอกจากผู้นมาซบรรดาที่พวกเขาเป็นผู้หมั่นเสมอในการนมาซของพวกเรา และบรรดาที่ทรัพย์สินของพวกเขานั้นมีส่วนกำหนดไว้ (สำหรับบริจาค)"
อัล-อันยาม โองการที่ 141 กล่าวว่า
"และพระองค์เท่านั้นคือผู้ทรงให้งอกเงยขึ้น ซึ่งส่วนต่างๆ แห่งพันธุ์ไม้เลื้อย และพันธุ์ไม้ไม่เลื้อย และต้น อินทผาลัมและไร่นาซึ่งผลของมันมีต่างๆ ชนิด และต้นมะกอกและต้นทับทิม ที่ละม้ายกันและที่ไม่ละม้ายกัน จงบริโภคผลของมันเมื่อมันออกผล และจงจ่ายส่วนของมัน (ซึ่งต้องบริจาคเป็นทาน) ในวันเก็บเกี่ยวของมันและจงอย่าสุรุ่ยสุร่าย"
"จงดำรงนมาซและจงบริจาคซะกาต"
"พวกท่านถูกสั่งกำชับให้ดำรงนมาซและบริจาคซะกาต และถ้าผู้ใดที่มิได้จ่ายซะกาต สำหรับเขานมาซก็ไม่มี"
หมายความว่าถึงแม้จะได้ดำรงนมาซอยู่แล้วก็ตาม ท่านอิบนิ ชัยดิ กล่าวว่า "นมาซและซะกาตได้ถูกกำหนดร่วมกันไม่มีการแบ่งแยก" ดังปรากฎจากอัลกรุอานกล่าวว่า
"และถ้าหากพวกเขา (หมายถึงพวกมุชริกีน) ได้ดำรงนมาซและบริจาคซะกาต ดังนั้น พวกเขาเป็นพี่น้องของสูเจ้าร่วมศาสนาเดียวกัน"
โองการนี้ชี้ให้เห็นว่านมาซโดยที่ยังมิได้บริจาคซะกาตนั้น ไม่เป็นที่ยอมรับ
ความสำคัญของซะกาตในแง่ของศาสนาและผลต่อสังคม
"อิสลามคือการปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ และมุฮัมมัดเป็นรสูลแห่งอัลลอฮ การดำรงนมาซ การบริจากซะกาต การถือศีลอดในเดือนรอมฎอน และการทำฮัจย์"
จากบุคอรี-มุสลิม รายงานอีกว่า ท่านนบีได้ส่งท่านมุอาซให้ไปเทศนาสั่งสอนอิสลามที่แคว้นยะมันและได้ให้โอวาทแก่มุอาซว่า
"ท่านไปหาชาวคัมภีร์ หมายถึงยิวและชาวคริสต์ ให้เชิญชวนพวกเขาสู่คำปฏิญาณว่า ไม่มีพระเป็นเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮและฉันเป็นรสูลแห่งอัลลอฮและฉันเป็นรสูลแห่งอัลลอฮ เมื่อพวกเขาได้เชื่อ
"ฉันได้รับคำสั่งให้ทำการต่อสู้กับมนุษย์ทั้งหลาย (หมายถึงมนุษย์ที่บูชาเจว็ดจากชนชาวอาหรับที่ทำผิดสัญญาและละเมิดขอบเขต หมดหนทางที่จะปรองดองกับพวกเขา พวกเขาไม่มีศาสนา กฎหมายและผู้ปกครองที่จะอยู่ภายใต้การบังคับบัญชา) จนกว่าพวกเขาจะปฏิญาณตนว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮและมุฮัมมัดเป็นรสูลแห่งอัลลอฮ จะดำรงนมาซและจะบริจาคซะกาต….."
อัลกรุอานกล่าวถึงความสำคัญของซะกาตสำหรับมุสลิมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความสำคัญนมาซ จากสูเราะฮ อัตเตาบะฮ โองการที่ 11 กล่าวว่า
"และถ้าหากพวกเขา (หมายถึงพวกบูชาเจว็ดชาวอาหรับมุชรีกีน) ได้ดำรงนมาซและได้บริจาคซะกาต ดังนั้นพวกเขาเป็นพี่น้องร่วมศาสนาเดียวกันกับสูเจ้า"
โทษของการไม่จ่ายซะกาต ซึ่งจะได้รับในดุนยา และอาคิเราะฮฺ
บุคอรีรายงานจากอบูฮุรอยเราะฮว่า ท่านนบี ศ็อลฯ กล่าวว่า
"ผู้ใดที่ได้รับการประทานทรัพย์จากอัลลอฮ แต่เขามิได้จ่ายส่วนของมันที่เป็นซะกาตในวันอาคิเราะฮ เขาจะเผชิญหน้ากับงูตัวหนึ่ง เป็นงูตัวผู้หัวล้านมีจุดดำบนดวงตาทั้งสองข้าง ซึ่งเป็นลักษณะของงูที่มีพิษร้ายแรงมาก งูตัวนั้นจะมารัดกายเขาแน่นแล้วพูดขึ้นว่า "ฉันนี่แหละคือทรัพย์สมบัติ และคลังของท่าน" และเมื่อได้บอกเล่าเช่นนั้นแล้ว ท่านนบี ศ็อลฯ นำโองการหนึ่งมาซึ่งมีความดังนี้ "และจงอย่าให้ผู้ตระหนี่ (ที่จะบริจาค) ตามที่อัลลอฮได้ทรงประทานแก่พวกเขาจากความโปรดปรานของพระองค์คิดว่า (การตระหนี่นั้น) มันเป็นการดีสำหรับพวกเขา ในไม่ช้าพวกเขาจะคล้องที่พวกเขาตระหนี่โดยนัยนั้นในวันฟื้นขึ้น" (อะลาอิมรอน : 180)
"กลุ่มชนหรือหมู่คณะใด ที่ไม่จ่ายซะกาตอัลลอฮจงลงโทษกลุ่มชนนั้นด้วยความแห้งแล้งและขาดแคลนอาหาร"
"เมื่อใดไม่มีการจ่ายทรัพย์ของพวกเขาเป็นซะกาต เมื่อนั้นฝนจากฟากฟ้าจะไม่ตก และถ้าไม่เพราะ (เห็นแก่)ปศุสัตว์แล้วฝนจะไม่ตกเลย"
รายงานจาก อัลบัซซาร และอัลบัยฮากีว่า ท่านนบี ศ็อลฯ กล่าวว่า
"ทรัพย์สมบัติส่วนใดที่ปะปนอยู่กับ ส่วนที่เป็นทานหรือซะกาตที่ยังไม่ได้จ่าย ทรัพย์นั้นจะประสบความเสียหาย"
"ผู้ใดจ่ายซะกาตเพื่อรางวัลจากอัลลอฮ รางวัลนั้นก็จะได้แก่เขา และผู้ใดที่ไม่ยอมจ่าย โดยแน่นอนเราจะเป็น ผู้ริบซะกาตนั้นและยึดทรัพย์ของเขาอีกส่วนหนึ่งด้วย เพราะเป็นข้อหนึ่งจากข้อกำหนดทั้งแห่งพระผู้อภิบาลของเรา แต่ซะกาตนั้นไม่เป็นที่อนุมัตแต่อย่างใดเลย แก่มุฮัมมัดและวงศ์วานของมุฮัมมัด"
- มุสลิมจ่ายซะกาต มิได้เพื่ออื่นใด แต่เพื่อแสดงความภักดีหรืออิบาดะฮอย่างหนึ่งต่ออัลลอฮ
- ผู้ใดเห็นแก่ตัว ตระหนี่ ไม่จ่าย จะถูกยึดทรัพย์โดยฝ่ายปกครอง
- ซะกาตเป็นส่วนที่บรรดาผู้ขัดสนและยากจนจะได้รับ แต่สำหรับท่านนบี ศ็อลฯ และวงศ์วานของท่านไม่มีสิทธิ์ได้รับ
การรวบรวมและจ่ายซะกาต
"จงแจ้งแก่พวกเขา (หมายถึงชาวยะมัน) ว่า แน่แท้อัลลอฮทรงกำหนดทานจากทรัพย์สมบัติของพวกเขา โดยให้รับเอาจากบรรดาผู้มั่งมี เพื่อนำไปจ่ายแก่บรรดาผู้ยากจนของพวกเขา และถ้าพวกเขาเชื่อฟังเจ้าโดยนัยนี้ แต่พึงระวังอย่าได้รับเอาทรัพย์ส่วนใดที่พวกเขาหวงแหน"
มีอะไรบ้างที่ต้องจ่าย
- เงินแท่งทองแท่ง
- รายได้จากปศุสัตว์
- รวยได้จากพืชผล
- รายได้จากการค้า
- ขุมทรัพย์
อัตราจ่ายซะกาต
| อูฐ | |
|---|---|
| จำนวนอูฐ | จ่ายซะกาต |
| อูฐ 5 ตัว ถึง 9 ตัว | แกะ 1 ตัว |
| อูฐ 10 ตัว ถึง 14 ตัว | แกะ 2 ตัว |
| อูฐ 15 ตัว ถึง 19 ตัว | แกะ 3 ตัว |
| อูฐ 20 ตัว ถึง 24 ตัว | แกะ 4 ตัว |
| อูฐ 24 ตัว ถึง 35 ตัว | ลูกอูฐตัวเมียอายุย่างเข้า 2 ขวบ 1 ตัว |
| วัวและควาย | |
| จำนวนวัว | จ่ายซะกาต |
| 30 ตัว | ลูกวัวอายุ 1 ขวบ 1 ตัว |
| 40 ตัว | ลูกวัวอายุ 1 ขวบ 1 ตัว |
| 60 ตัว | ลูกวัวอายุ 1 ขวบ 2 ตัว |
| 70 ตัว | ลูกวัวอายุ 1 ขวบ 1 ตัว กับอีก 2 ขวบ 1 ตัว |
| 80 ตัว | ลูกวัวอายุ 2 ขวบ 2 ตัว |
| 90 ตัว | ลูกวัวอายุ 1 ขวบ 3 ตัว |
| 100 ตัว | ลูกวัวอายุ 2 ขวบ 1 ตัว กับอีก 1 ขวบ 2 ตัว |
| แพะแกะ | |
| จำนวนแพะหรือแกะ | จ่ายซะกาต |
| 40 ถึง 120 ตัว | 1 ตัว |
| 121 ถึง 200 ตัว | 2 ตัว |
| 211 ถึง 399 ตัว | 3 ตัว |
| 400 ถึง 499 ตัว | 4 ตัว |
| 500 ถึง 599 ตัว | 5 ตัว |
| มีเกินกว่านี้ | จ่าย 1 ตัว ต่อ 100 ตัว |
| จำนวนครบอัตราจ่ายเป็นซะกาต | อัตราจ่ายซะกาต |
|---|---|
| จำนวนเงินครบอัตราจ่ายเป็นซะกาตเท่ากับราคาทองคำซึ่งหนัก = 20 ดีนาร (หรือมิษกอล) หรือ = 85 กรัม หรือ = 5.6667 บาท (น้ำหนักทองคำ) | อัตราจ่ายซะกาต = 2.5 % |
| ทองคำครบ 20 ดีนาร = 5.6667 บาท | จ่ายเป็นซะกาต = 0.5 ดีนาร หรือ = 2.125 กรัม หรือ = 0.14167 น.น.ทองคำ |
| เงินแท่งครบ 200 ดิรฮัม | จ่ายเป็นซะกาต = 5 ดิรฮัม หรือเท่ากับทองคำซึ่งหนัก = 3.5 ดีนาร หรือ = 14.875 กรัม หรือ = 0.99167 บาท |
หมายเหตุ
ดินาร หรือมิษกอล เป็นมาตราชั่งน้ำหนักทองคำ
ดิรฮัม เป็นมาตราชั่งน้ำหนักเงิน
อ้างอิง
- สมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม. อะไรในอิสลาม กรุงเทพฯ (1) 2521.
