ชัยฏอน
จาก MuslimCampus
ชัยฏอน หรือ อิบลีส ตามคติอิสลาม นามของ ญินตนหนึ่งที่หลอกลวงให้อาดัมและเฮาวาอ์ภรรยา ต้องออกจากสวนสวรรค์ และสาบานว่าจะตามล้างตามผลาญลูกหลานมนุษย์จนถึงวันโลกาวินาศ ในไบเบิลเรียกว่า ซาตาน ชัยฏอน อาจจะหมายถึง มารร้ายตนอื่น ๆ ที่เป็นพรรคพวกของอิบลีสก็ได้
สิ่งหนึ่งที่ประชาชาติอิสลามในยุคนี้กำลังถูกทดสอบ ก็คือ แนวความคิดของผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นนักวิชาการหรือผู้ที่กำลังริเริ่มเป็นผู้รู้ทางด้านศาสนา ทั้งนี้ก็เพราะว่าความพยายามที่จะหาทางประสานข้อแตกต่างระหว่างอิสลามกับสภาพการณ์ต่าง ๆ จากวิวัฒนาการ ของโลกตะวันตกที่กำลังแทรกซึมเข้าสู่สังคมมนุษย์ทุกหนแห่ง ในด้านที่เกี่ยวกับความนึกคิดและปรัชญาต่าง ๆ ของวิชาการและ การทดสอบกำลังได้รับความสนใจและยึดถือปฏิบัติกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน
ในความพยาายามของบุคคลเหล่านั้นที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ การใช้สติปัญญาเป็นหลัก เพื่อที่จะชี้แจงหรืออธิบายหลักการอิสลาม ที่มาจากกิตาบุลลอฮฺและซุนนะฮฺให้เกิดความสับสนแและเสียหาย เพื่อที่จะทำให้เกิดภาพสะท้อนความหมายทางด้านสติปัญญา ให้ประสานกับแนวความคิดของโลกตะวันตกในยุคปัจจุบันนี้ทั้ง ๆ ที่การกระทำเช่นนั้นเป็นการเบี่ยงเบนหรือหันเหออกจากบัญญัติศาสนา . คือออกจากแนวทางของในการทำความเข้าใจกับตัว บทของศาสนา
ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น ตัวอย่างที่จะกล่าวถึงก็คือ การพูด ถึง “ชัยฏอน” หรือ “ชะยาฏีน” ที่มีหลักฐานระบุไว้อย่างแจ้ง ชัดในอัลกุรอาน ซึ่งเป็นเรื่องหนึ่งที่นักวิชาการหัวใหม่กำลังกล่าวขวัญกันถึง โดยที่บางคนปฏิเสธการดำรงอยู่หรือการมีอยู่ของมันโดยทางอ้อม แต่กล่าวว่ามันเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังความชั่ว หรือกล่าวว่ามันเป็นเสียงกระซิบกระซาบของอารมณ์ชั่ว หรืออื่นจากนี้ที่เป็นแนวความคิดที่ประดิษฐ์กันขึ้น ซึ่งเป็นการขัดแย้งและไม่สอดคล้องกับการศรัทธาที่อัลกุรอานได้กล่าวยืนยันไว้ว่า
ความว่า “แท้จริงชัยฏอนนั้นเป็นศัตรูกับพวกเจ้า ดังนั้นพวกเจ้าจงยึดมันเป็นศัตรูเถิด”
ดังนั้นแนวความคิดดังกล่าวจึงเป็นเรื่องสับสนไม่เป็นที่เข้าใจและเป็นอันตรายยิ่งนัก เพราะมันไม่เป็นปฏิกิริยาทางด้านปฏิบัติ ในความประพฤติของมุสลิม แต่ความจริงแล้วความรู้สึกของมุสลิม ยอมรับว่า “ชัยฏอน” มีอยู่จริง ดังนั้นจึงทำให้เกิดการต่อต้านมันอยู่เสมอ
นั่นคือปัญหาหลักทางด้านการศรัทธา ชัยฏอนคืออะไร? มันมีอยู่จริงหรือ? หรือเป็นเพียงความหมาย? หรือมันเป็นความ นึกคิดที่ชั่ว และการกระซิบกระซาบตามแนวความคิดของบางคน? หรือว่าชัยฏอนนั้นคือสัญลักษณ์แห่งความชั่วที่เรานำเอามาพูดกัน? และมีความศรัทธาต่อเรื่องนี้อย่างไร?
การศรัทธาของพวกเราคือ ชัยฏอนนั้นมาจากญิน ซึ่งมีหลักฐานยืนยันจากอัลกุรอานที่ว่า
ความว่า “และจงรำลึกเมื่อเราได้กล่าวแก่บรรดามะลาอิกะฮฺว่า “จงสุญูดคารวะต่ออาดัม” พวกเขาก็แสดงคารวะ เว้นแต่อิบลีสมันอยู่ในจำพวกญิน ดังนั้นมันจึงฝ่าฝืนคำสั่งของพระเจ้าของมัน”
เรามีความศรัทธาในการมีอยู่ของญินและมนุษย์ ดังนั้นชัยฏอนจึงมาจากญิน และมันจะอยู่ร่วมกับมนุษย์ทุกคน มนุษย์ทุกคนจะมีชัยฏอนร่วมอยู่ด้วย หลักฐานที่ยืนยันตามที่กล่าวมานี้ คือคำกล่าวของท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ซึ่งรายงานโดยอับดุลลอฮฺ อิบนฺมัสอู๊ด บันทึกโดยมุสลิม ที่ได้กล่าวไว้ว่า
ความว่า “ไม่มีคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่าน เว้นแต่จะมีผู้ที่อยู่ร่วมกับเขาที่มาจากญินถูกมอบหมายไว้”
มีเสียงกล่าวขึ้นว่า แม้แต่กับท่านด้วยหรือโอ้ท่านร่อซูลุลลอฮฺ! ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ตอบว่า
แม้แต่กับฉัน เว้นแต่อัลลอฮฺอัซซะวะญัลทรงช่วยเหลือฉันให้อยู่เหนือมัน ดังนั้นฉันจึงปลอดภัย มันจะไม่ใช้ฉัน เว้นแต่ในสิ่งที่เป็นความจริงและความดีเท่านั้น
อัลลอฮฺอัซซะวะญัลได้ตรัส ไว้ในซูเราะฮฺอันนาส
ความว่า “จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด ข้าพระองค์ขอความคุ้มครอง ต่อพระเจ้าแห่งมนุษยชาติ พระราชาแห่งมนุษยชาติ พระเป็นเจ้าแห่งมนุษยชาติ ให้พ้นจากความชั่วร้ายของผู้กระซิบกระซาบที่หลอกล่อ ที่กระซิบกระซาบในหัวอกของมนุษย์จากหมู่ญินและมนุษย์”
ดังนั้นการกระซิบกระซาบจะเกิดขึ้นจากหมู่มนุษย์ที่เป็นคนชั่วร้าย บางครั้งก็จะมาจากญินและชัยฏอนที่คอยกระซิบกระซาบและ ชักชวนมนุษย์ให้กระทำความชั่วและเป็นพรรคพวกของมัน ชัยฏอนนั้นจะมีลูกหลานและสืบเชื้อสายอย่างมากมาย
ความว่า “แล้วพวกเจ้าจะยึดเอามันและวงศ์วารของมันเป็น ผู้คุ้มครองกระนั้นหรือ?”
ลูกหลานและวงศ์วารของชัยฏอนตลอดจนพรรคพวกของมันจะคอยเกลี้ยกล่อมและชักชวนมนุษย์ไปสู่ความหายนะ ในการดำรงชีวิตอยู่ในโลกดุนยานี้ ชัยฏอนนั้นมันจะมีรูปแบบและขั้นตอนในการชักจูงเชิญชวนของมัน ทั้งในเนื้อหาแห่งการเรียกร้อง หรือแนวทางในการกระทำเพื่อการเรียกร้อง
การเรียกร้องเชิญชวนของชัยฏอน
อิบนฺ ก็อยยิม อัลญูซียะฮฺ ได้ กล่าวถึงขั้นตอนต่าง ๆ รวม 6 ขั้นตอนในการเรียกร้องเชิญชวนของมันไว้ คือ
- ชัยฏอนจะพยายามเกลี้ยกล่อมให้มนุษย์เป็นกุฟุรหรือมุชริก แต่ถ้าหากมนุษย์ผู้นี้เป็นมุสลิมที่ศรัทธามั่น มันจะเปลี่ยนไปสู่ขั้นตอนที่สอง
- คือขั้นตอนแห่งการทำบิดอะฮฺ กล่าวคือมันจะชักชวนมนุษย์ให้กระทำสิ่งที่เป็นบิดอะฮฺ คือคิดค้นประดิษฐ์ของใหม่ของแปลกในเรื่องของศาสนาเพื่อถือปฏิบัติกัน แต่ถ้าหากมนุษย์ผู้นี้เป็นผู้ยึดมั่นในซุนนะฮฺ มันก็จะเปลี่ยนท่าทีไปสู่ขั้นตอนที่สาม
- ขั้นตอนแห่งการกระทำความผิดขั้นมหันต์ หรือการกระทำความผิดที่เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติศาสนา แต่ถ้าหาก มนุษย์ผู้นี้เป็นผู้ที่อัลลอฮฺทรงคุ้มครองเขาจากการกระทำดังกล่าว ชัยฏอนมันจะไม่เบื่อหน่ายและท้อถอย มันจะพยายามหาช่องทางไปสู่ขั้นตอนที่สี่
- เป็นขั้นตอนแห่งการกระทำความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ถ้าเขาได้รับความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ ชัยฏอนก็จะเริ่มในรูปแบบ และขั้นตอนของมันต่อไปตามที่มันได้ให้สัญญาไว้กับอัลลอฮฺว่า มันจะทำทุกวิถีทางเพื่อเชิญชวนมนุษย์ไปสู่แนวทางของมัน
- ขั้นตอนใหม่ของมันก็คือ มันจะทำให้มนุษย์สนใจในเรื่องของ สิ่งที่อนุญาตให้กระทำ มุบาหฺ โดยที่มนุษย์จะยึดมั่นและง่วนอยู่แต่ในเรื่องมุบาหฺ โดยถือว่าไม่เป็นความผิด ไม่สนใจใยดีในเรื่องที่ศาสนาใช้กระทำและห้ามมิให้กระทำ
- ขั้นตอนสุดท้ายคือ ชัยฏอนจะชักชวนมนุษย์ให้กระทำสิ่งที่มีความดีด้อยกว่าสิ่งที่เป็นความดีเลิศหรือประเสริฐกว่า คือให้กระทำสิ่งที่ความดีชนิดหนึ่งที่ด้อยกว่า โดยมิให้ความสนใจกับความดีที่เลิศกว่าหรือประเสริฐกว่า เช่น ให้ความสนใจกับเรื่องของซุนนะฮฺ ไม่ให้ความสนใจหรือเอาใจใส่ในเรื่องของที่เป็นฟะรีเดาะฮฺ คือทำแต่เรื่องของซุนนะฮฺ ไม่ทำในเรื่องของฟะรีเดาะฮฺ
ชัยฏอนจะใช้ความพยายามอย่างมากในการเรียกร้อง เชิญชวนของมันโดยจะทำเป็นขั้นตอนอย่างแนบเนียนอัลลอฮฺ ตะอาลาได้กล่าวเตือนเราไว้ว่า
ความว่า “จงบริโภคในสิ่งที่อัลลอฮฺทรงประทานปัจจัยยังชีพ แก่พวกเจ้าเถิด และอย่าดำเนินตามแนวทางของชัยฏอนเพราะมัน เป็นศัตรูตัวฉกาจของพวกเจ้า”
ชัยฏอนจะใช้ความพยายามกับมนุษย์อย่างไม่ลดละ ในขั้นแรกทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งก้าวไปสู่เป้าหมายของมัน มันจะเข้าไปสอดแทรกในประเภทต่าง ๆ ของมนุษย์ด้วยแนวทาง และการกระทำที่เหมาะสมและสอดคล้องกับประเภทของมนุษย์ เช่น
- มันจะสอดแทรกเข้าสู่พวกที่มีความเคร่งศาสนาในเรื่องของศาสนา
- มันจะสอดแทรกเข้าสู่พวกที่มีความรู้ในเรื่องของวิชาความรู้
- มันจะสอดแทรกเข้าสู่พวกที่ไม่มีความรู้ในเรื่องของศาสนา โดยทางไม่รู้ของพวกเขา
ทางเข้าของชัยฏอนสู่มนุษย์นั้นมีอยู่มากมาย จะขอกล่าวโดยสรุปดังนี้
การยุแหย่หรือปลุกปั่นระหว่างพี่น้องมุสลิมด้วยกันและการนึกร้าย ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวไว้ในฮะดีส ที่บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ ว่า
ความว่า “แท้จริงชัยฏอนนั้นมันได้สิ้นหวังที่จะให้บรรดาผู้ทำละหมาดในคาบสมุทรอาหรับเคารพภักดีต่อมัน แต่มันจะ ใช้ความพยายามในการยุแหย่หรือปลุกปั่นระหว่างพวกเขา”
กล่าวคือ ชัยฏอนจะใช้ความพยายามปลุกปั่นระหว่างพี่น้องมุสลิมให้เกิดการโต้แย้ง การถกเถียงกัน และเกิดฟิตนะฮฺระหว่างกัน
การนึกร้ายจะเกิดขึ้นจากชัยฏอน มีรายงานจากฮะดีส จากท่านหญิงซ่อฟียะฮฺ อุมมุลมุอฺมินีน ร่อฏิยัลลอฮุอันฮา แจ้งว่า “ครั้งหนึ่งท่านร่อซูลุลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ทำเอี๊ยะติก๊าฟอยู่ในมัสยิด ฉันได้เข้าไปเยี่ยมท่านในเวลากลางคืนและได้สนทนากับท่าน แล้วฉัน ด้ออกมาเพื่อจะกลับบ้านของฉัน ท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ออกเดินมาพร้อมกับฉันเพื่อจะส่งฉัน ขณะนั้นมีชาวอันศอรฺสองคนเดินผ่านมา เมื่อเขาทั้งสองมองเห็น ท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็รีบเดิน ท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวทักขึ้นว่า
ท่านกล่าวว่า ช้าก่อนท่านทั้งสอง! นี่คือ เขาทั้งสองได้กล่าวตอบว่าท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า
ความว่า “แท้จริงชัยฏอนจะเข้าไปสอดแทรกในสายเลือดของมนุษย์ ฉันเกรงว่ามันจะโยนความชั่วเข้าไปในหัวใจของท่านทั้งสอง” บันทึกโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม
ชายคนหนึ่งเดินคู่กับหญิงคนหนึ่งในเวลากลางคืน ในกรณีเป็นช่องทางให้เกิดการสงสัยหรือคิดร้ายขึ้นได้ ดังนั้นท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จึงประสงค์ที่จะขจัดความสงสัย ท่านจึงกล่าวขึ้นว่า “ช้าก่อนท่าน ทั้งสอง” นี่คือการคิดร้ายหรือการสงสัย เป็นทางเข้าของชัยฏอนมันจะทำให้ท่านเกิดการสงสัย เมื่อท่านได้ยินเรื่อง ๆ หนึ่งแล้วท่านก็จะวิพากย์วิจารณ์ไปในทางลบ
ชัยฏอนจะปลุกปั่นและยุแหย่ให้มนุษย์เป็นศัตรูกันมี รายงานฮะดีสของท่านร่อซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ซึ่งบันทึกโดย ร่อฏิยัลลอฮุอันฮุ แจ้งว่า
ครั้งหนึ่งฉันได้นั่งร่วมอยู่กับท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ขณะนั้นมีชายสองคนกำลังทะเลาะวิวาทด่าทอซึ่งกันและกัน ท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า
“ฉันรู้คำกล่าวคำหนึ่งหากเขากล่าวมันสิ่งที่เขากำลังประสบอยู่ ขณะนี้จะสูญสิ้นไป หากเขากล่าวว่า สิ่งที่เขากำลังประสบอยู่นี้จะสูญสิ้นไปอย่างแน่นอน”
