กุรบ่าน
จาก MuslimCampus
"วันอีดิลอัฎฮา" หรือ "ฮารีรายออีดิลอัฎฮา" นิยมเรียกสั้นๆ กันว่า “รายาญี” หรือ “รายอฮัจญ์” เป็นวันครบรอบ 70 วัน นับจากวันฮารีรายออีดิลฟิฏรฺ(หรือรายออีดิลฟิตรี : วันอีดเมื่อครบเดือนถือศีลอด) ตรงกับวันที่ 10 เดือนซุลฮิจญะฮฺ (เดือนที่ 12 ตามปฏิทินอาหรับ) อันเป็นวันที่มุสลิมทั่วโลกซึ่งเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ นครมักกะฮฺ ประเทศซาอุดิอาระเบีย เริ่มประกอบพิธีฮัจญ์ ส่วนผู้ที่ไม่ได้ไปก็จะประกอบพิธีละหมาดอีดิลอัฎฮาที่มัสยิดหรือสถานที่ที่จัดขึ้นในภูมิลำเนาของตน
ชาวไทยมุสลิมจะสวมเสื้อผ้าที่มีสีสันและสะอาดไปเยี่ยมเยียนพ่อแม่ญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน เป็นการสร้างความผูกพัน มีอาหารคาวหวานและขนมขบเคี้ยวไว้ต้อนรับแขก ให้อภัยและขอโทษต่อกัน รวมทั้งอวยพรให้แก่กัน เป็นวันที่ทุกคนมีความสุข
อีดิลอัฎฮา มาจากคำภาษาอาหรับ 2 คำ คือ "อีด" หรือ "อีดิล" แปลว่า รื่นเริง เฉลิมฉลอง กับ "อัฎฮา" แปลว่าการเชือดสัตว์พลีทาน ฉะนั้น "อีดิลอัฎฮา" จึงหมายถึง วันเฉลิมฉลองการเชือดสัตว์เพื่อพลีเป็นอาหารแก่เพื่อนบ้านและคนยากจน
ประเพณีในวันอีดิลอัฎฮา มีการปฏิบัติคล้ายคลึงกับอีดิลฟิตรี ต่างกันตรงที่มีการทำ “กุรบ่าน” (قربان) หมายถึง การแจกจ่ายเนื้อ (ที่เชือดสำหรับวันนี้โดยเฉพาะ) เป็นทานแก่ญาติมิตร โดยเฉพาะมุสลิมที่มีฐานะยากจนและอนาถา เพื่อจะได้ใช้เนื้อนั้นเป็นอาหารเลี้ยงครอบครัว นำมาซึ่งความอิ่มเอิบปลาบปลื้มทุกครัวเรือน ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใด เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ “อีดิลอัฎฮา”
ดังนั้นการเชือดสัตว์พลี หรือการทำ "กุรบ่าน" ในวันนี้ จึงไม่ใช่การเชือดเพื่อบูชายัญ หรือเซ่นไหว้หรือบูชาพระผู้เป็นเจ้า หากแต่เป็นการปฏิบัติที่องค์ศาสดามีพระประสงค์จะขัดเกลาจิตใจมนุษย์ให้เป็นผู้มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
การเชือดกุรบ่าน คือการเชือดสัตว์เป็นพลีเพื่อแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้และมิตรสหาย เพื่อนำมาฉลองในวันอีดิลอัฎฮา หรือ "วันอีดใหญ่" โดยเชือดในตอนสายหลังจากเสร็จพิธีละหมาด สัตว์ที่ใช้ทำกุรบ่าน ได้แก่ อูฐ วัว แพะ แกะ เพื่อแสดงความภักดีต่ออัลลอฮฺ สัตว์ที่ทำกุรบ่านต้องมีอายุครบตามเกณฑ์จึงจะถือว่าแข็งแรง กล่าวคือ อูฐจะต้องมีอายุ 5 ปีขึ้นไป วัวและควายมีอายุ 2 ปีขึ้นไป แพะธรรมดาอายุ 2 ปีขึ้นไป แกะอายุครบ 1 ปี หรือแกะที่ฟันของมันหลุดร่วงไปหลังจาก 6 เดือน ถึงแม้มีอายุไม่ครบ 1 ปีก็ใช้ได้ บรรดาสัตว์ที่ทำกุรบ่านนั้นที่ดีที่สุดคือ อูฐ รองลงมาคือ วัว จากนั้นคือ แกะและแพะ
จำนวนสัตว์ในการทำกุรบ่านที่น้อยที่สุดคือ แพะ 1 ตัว หรือ แกะ 1 ตัว สำหรับ 1 คน แต่ถ้าอูฐ 1 ตัว วัวหรือควาย 1 ตัว สำหรับ 7 คน และสัตว์ที่จะใช้ทำกุรบ่านนั้นต้องสมบูรณ์แข็งแรง ไม่พิการตาบอด ไม่ตาเจ็บจนปิดตา ยกเว้นตามัวหรือมองไม่เห็นเฉพาะกลางคืน ขาจะต้องไม่เป๋หรือเก หูไม่แหว่งหรือฉีกขาด หางไม่กุด ยกเว้นเป็นมาแต่กำเนิด ไม่เป็นโรคผิวหนัง และจะต้องไม่ตั้งท้องหรือเพิ่งคลอดลูก
สำหรับสีของสัตว์ที่ใช้ทำกุรบ่านนั้น ที่นิยมและที่ยกย่องกันว่าดีที่สุดคือสีขาว สีค่อนข้างเหลือง สีเทาแกมแดงสลับสีขาวปนดำ และสีดำ
กุศลที่เกิดจากการทำกุรบ่านตามทัศนะของอิสลามคือ บุญที่จะทำให้สะดวกง่ายดายต่อการข้ามสะพานในวันกิยามะฮฺ (หมายถึงวันที่ฟื้นจากความตายไปสู่ปรโลก) ยิ่งสัตว์ดีมากและประเสริฐมากเท่าใดยิ่งทำให้เห็นถึงความภักดีต่ออัลลอฮ์มากขึ้นเท่านั้น แต่ทั้งหมดนี้จะต้องกระทำให้ถูกต้องตามบัญญัติของศาสนา จะเชือดก่อนละหมาดในวันอีดิลอัฎฮาไม่ได้ มิฉะนั้นจะเป็นการเชือดเพื่อตนเอง ดังนั้นเนื้อที่ได้จากการทำกุรบ่านจึงไม่บริโภคแต่ผู้เดียว แต่แจกจ่ายเป็นทานแก่คนยากจนรวมทั้งมิตรสหาย และเก็บไว้เพื่อตนเองเพียงนิดเดียวเท่านั้นเพื่อเป็นสิริมงคลในการทำกุรบ่าน
ภูมิปัญญาที่อยู่คู่กับชาวมุสลิมมานานเป็นบทบัญญัติที่สั่งสมมาหลายยุคสมัย ก่อให้เกิดการอยู่ร่วมกัน มีการคบหาสมาคมที่ดีต่อกัน ซึ่งก็ไม่แตกต่างจากศาสนาอื่นๆ ที่ต่างก็มีแบบแผนประเพณีของตน และมุ่งการปฏิบัติเพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างปกติสุข
รายาญีปีนี้จึงยังคงเห็นรอยยิ้มของพี่น้องมุสลิมสดใสเริงร่า และหลังจากรายาญีก็ยังหวังจะเห็นรอยยิ้มเฉกเช่นนี้ไปทุกๆ วันของผู้คนในผืนแผ่นดินสามจังหวัดชายแดน
