การศรัทธาในพระเจ้า

จาก MuslimCampus

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา

นับตั้งแต่มนุษย์ปรากฏมาบนโลก มนุษย์ได้พบเห็นสิ่งต่างๆ มากมาย มนุศย์มีความฉงนสนเท่ห์ในความกว้างใหญ่ไปศาลของจักรวาลนี้ และมนุษย์พิศวงในความงดงามของธรรมชาติอันตระการตา มนุษย์เผ้าถามตัวเองว่าเบื้องหลังสิ่งเหล่านี้อะไรอยู่หรือไม่ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไรใคร่เป็นผู้สร้างมันขึ้นมา หรือว่ามันเกิดขึ้นมาเอง มนุษย์เริ่มใช้ปัญญาคิดและไตรีตรองและแสวงหาความจริง และมนุษย์บางส่วนลงความเชื่อว่าน่าจะมีผู้ทรงอำนาจท่านหนึ่งที่เป็นผู้สร้างหรือผู้อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง มนุษย์ที่มีความเชื่อเช่นนั้นเรียกผู้ทรงอำนาจว่า "พระเจ้า"

เมื่อพูดถึงพระเจ้าคนบางส่วนอาจมีอคติเกิดขึ้นได้ว่าทำไมหนอ คนเหล่านั้นถึงได้งมงายเหลือเกิน พระเจ้าที่เขาเชื่อนั้นเป็นใคร อยู่ที่ไหน? ทำไมทั้งๆที่ไม่เคยเห็น พวกเขาจึงเชื่อในสิ่งนั้น

ผู้ที่นับถือศาสนาที่มีพระเจ้าต่างเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ เรในฐานะมุสลิมก็เช่นกันที่เผชิญปัญหานี้ ขอเรามาทำความเข้าใจกันว่ามุสลิมนั้นเขาศรัทธาต่อพระเจ้าอย่างไร พระเจ้าของพวกเขาเป็นอย่างไร พวกเขาศรัทธากันด้วยปัญญาหรือไม่ และผลที่เขาศรัทธาต่อพระเจ้านั้นเป็นอย่างไร

อัลลอฮคืออะไร

อัลลอฮเป็นพระนามของพระเจ้าผู้ทรงสูงสุดซึ่งมุสลิมมีความศรัทธา พระนามนี้เป็นวิสามานยนาม เป็นพระนามเฉพาะของพระองค์ เป็นคำที่ไม่มีรากศัพท์ ซึ่งเป็นที่รู้จักมานานแล้วในหมู่พวกอาหรับก่อนการเผยแพร่ศาสนาอิสลาม พระนามนี้มักถูกเรียกเพี้ยนไปเช่น อัลหล่าบ้าง อ้าหล่าบ้าง การเรียกเช่นนั้นเป็นการเรียกของผู้ที่เข้าใจผิด

ในศาสนาอิสลามมีหลักสำคัญอยู่ข้อหนึ่งคือ การศรัทธาในอัลลอฮ พระเจ้าแห่งสากลโลก พระเจ้าผู้ทรงสร้าง ผู้ทรงดูแลรักษา ปละผ็ทรงนำทาง การศรัทธาต่อพระเจ้านับได้ว่าเป็น หลักที่สำคัญที่สุด สำหรับมุสลิม มุสลิมจะต้องปฏิญาณตนว่า "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ" พระเจ้าอื่นจะถูดปฏิเสธออกหมดไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์ ต้นไม้ หินผา ภูเขาหรือดวงดาวที่มนุษย์พากันบูชา มุสลิมยอมรับแต่อัลลอฮองค์เดียวเท่านั้น ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามซึ่งเป็น ผู้ยอมจำนนโดยสิ้นเชิงต่อพระประสงค์ของพระเจ้า มีความเชื่อในความมีอยู่จริงของพระองค์ ยอมรับและปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์ในฐานะที่มนุษย์ที่ถูกสร้างปฏิบัติต่อพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้สร้าง ผู้ทรงสูงสุด

พระเจ้าเป็นเอกานุภาพ

อัลกุรอาน 114:1-4 ได้กล่าวว่า

"จงกล่าวเถิดพระองค์คืออัลลอฮฺทรงเอกะ อัลลอฮฺเป็นที่พึ่ง พระองค์ไม่ประสูติ และไม่ถูกประสูติ และไม่มีสิ่งใดจะเทียบกับพระองค์" 

มนุษย์บางกลุ่มบางเผ่าเคารพกรามไหว้พระเจ้ามากมาย ไม่ว่าจะเป็น ดวงดาว ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ หรือรูปปั้นรูปเจว็ดต่างๆ สิ่งเหล่านี้ได้รับการปรนเปรอได้รับการปฏิบัติบูชา ในบางสมัยเคยมีมนุษย์ตั้งตัวเองเป็นพระเจ้าก็มี เช่าฟาโรห์ หรือนิมรูด จากสาเหตุความเชื่อเหล่านี้ พระเจ้าได้แต่งตั้งศาสนทูตรสูลของพระองค์เพื่อประกาศสัจจธรรมในความมีอยู่จริงของพระองค์ ท่านเหล่านั้นต่างก็ประกาศ ต่างก็เรียกร้องในสิ่งเดียวกัน ท่านเหล่านั้นได้เรียกร้องมนุษย์ไปสู่ พระเจ้าองค์เดียว ผู้ทรงสูงสุด ทุกท่านประกาศเหมือนกันว่าพระเจ้าเที่ยงแท้นั้นมีองค์เดียวเท่านั้น

นอกจากพระองค์แล้วหามีพระเจ้าอื่นที่ควรค่าแก่การเคารพสักการะไม่ ท่านเหล่านั้นเช่นนูฮ(โนอา) อิบรอฮีม(อับราฮัม) มูซา(โมเซส) หรืออีซา(เยซู) (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่านเหล่านี้) สิ่งที่ท่านเหล่านั้นนำมาสู่มนุษย์ก็คือสิ่งเดียวกับที่ท่านศาสดามุฮัมหมัดนำมาสู่โลก นั่นคือ "หลักสัจจธรรมแห่งการยอมจำนนต่อพระประสงค์ของพระเจ้าองค์เดียวโดยสิ้นเชิง" แต่ทว่าวันเวลาที่ผ่านไปคำสอนหรือสัจจธรรมเหล่านั้นได้รับการเปลี่ยนแปลงโดยผู้ที่นับถือเอง บางทีอาจเป็นเพราะอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมเช่นกรณีลูกหลานของอิสราเอล(ยิว) ที่อพยพออกจากอียิปต์โดยการนำของนบีมูซา(โมเซส) เพื่อนำไปสู่แผ่นดิน ณ กลางทางพวกเขาลืมคำสอนที่ผู้นำของเขานำมาให้ พวกเขาเรียกร้องให้สร้างพระเจ้าขึ้นใหม่ เพราะพวกเขาได้แลเห็นคนบางกลุ่มระหว่างการเดินทางนั้นมี "พระเจ้า" ของพวกตนเองต่างหาก พวกเขาได้หล่อรูปขึ้นเป็นพระเจ้า เช่นเดียวกันปัญหาได้เกิดขึ้นแก่นบีอีซา(เยซู) ผู้ซึ่งได้แสดงปาฏิหาริย์ต่างๆ ที่พระเจ้าได้ประทานให้แก่ท่านเพื่อประกอบในการเผยแพร่ศาสนาของท่าน แต่เนื่องจากผลการกระทำของท่านพ้นญาณวิสัยของชนทั่วไป พวกเขา(ชาวคริสต์)จึงลืมพระเจ้า และยังได้ถือนบีอีซานั้นเป็นบุตรของพระเจ้า พวกเขาเชื่อว่าท่านเป็นพระเจ้าที่อวตารลงมาเป็นมนุษย์ในฐานะบุตรของพระเจ้า ในพระเจ้าแบ่งออกเป็น 3 หมวดคือ บิดา บุตร จิต (วิญญาณบริสุทธิ์) มีบางพวกถึงกับยึดเอามารดาของท่านยเป็นพระเจ้าและทำการบูชานาวก็มี แต่ในหมู่คริสเตียนบางกลุ่มที่มีความเชื่อที่ว่าพระเจ้ามีองค์เดียว และปฏิเสธความเป็นพระเจ้า หรือแม้แต่ความเป็นบุตรของพระเจ้าโดยสิ้นเชิง พวกนี้คือพวก UNITARIAN

นานแสนนานมาแล้วมุฮัมหมัด (ศ็อล) ได้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ความเชื่อดังกล่าวเป็นความเชื่อที่เหินห่างออกจากศาสนาที่แท้จริงของพระเจ้า

อ้างอิง

  • สมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม. อะไรในอิสลาม กรุงเทพฯ (1) 2521.
เครื่องมือส่วนตัว