อัลกุรอานพระเจ้าได้ทรงประทานให้แก่มูฮัมหมัด โดยการดลใจผ่านท่านฐีบรีล (Gabriel) ซึ่งเป็นผู้นำคำตรัสของพระเจ้ามาสู่มูฮัมหมัด อัลกุรอานนั้นถูกเรียกว่าเป็น "เครื่องจำแนกระหว่างความจริงกับความเท็จ เครื่องตักเตือนสติ"
และแท้จริง มันคือการสาบานอันยิ่งใหญ่แน่นอน ถ้าสูเจ้าได้รู้แท้จริง มันคืออัลกุรอานอันทรงกิตติคุณแน่นอน (จารึกไว้)ในคัมภีร์ที่ถูกรักษาไว้
ไม่มีผู้ใดจะแตะต้องมันได้ เว้นแต่ผู้บริสุทธิ์แล้วเท่านั้น (อัลกุรอาน 56:76-79)
อัลกุรอานมิได้มีความแตกต่างกันกับการดลใจก่อนๆ อย่างทั้งหมด มีส่วนที่เหมือนกันกับคัมภีร์ที่ถูกดลใจจากพระเจ้าฉบับอื่นๆ คำสอนที่สอนโดยศาสดาต่างๆ มีเนื้อหาสาระที่เหมือนกันและเป็นอันเดียวกัน ถึงแม้ว่ารายละเอียดของศาสนาต่างๆ จะมีการวิวัฒนาการทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งถึงการดลใจครั้งสุดท้ายอันสมบูรณ์ยิ่ง(กุรอาน) ขั้นตอนแห่งการเปลี่ยนแปลงจนกระทั่งถึงการดลใจครั้งสุดท้ายนี้มีอยู่ในคัมภีร์ต่างๆ ที่ถูกประทานแก่ศาสดาคนสำคัญ คัมภีร์ทั้งสี่ (เตารอต ซาบูร อินญีล และอัลกุรอาน) เป็นการดลใจที่ได้รับการจดบันทึกไว้ อัลกุรอานไม่เพียงแต่ยืนยัน แต่ยังบังคับให้เชื่อและยอมรับคัมภีร์ก่อนนั้นด้วย
อัลกุรอานมีข้อดีที่แตกต่างจากคัมภีร์อื่นๆ อัลกุรอานทำให้คับภีร์ของพระเจ้าสมบูรณ์โดยปราศจากสัจจธรรม ขจัดข้อสงสัยต่างๆ ออกไป ให้แสงแห่งควมจริงแก่ศาสนา อัลกุรอานได้นำศาสนามาสู่ความสมบูรณ์ "วันนี้ฉันให้ศาสนาของสูเจ้าเป็นที่สมบูรณ์แก่สูเจ้า และทำให้ความเมตตาของฉันสมบูรณ์แก่สูเจ้า และได้เลือกอิสลามเป็นศาสนาสำหรับสูเจ้า" อัลกุรอานได้ประกาศถึงความเด่นกว่าอย่างเห็นได้ชัด เหนือคัมภีร์ของศาสนาอื่นๆ ไม่เพียงแต่ความเป็นสากลของอัลกุรอานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเป็นหนึ่งในบรรดาคัมภีร์ต่างๆ
การศรัทธาในคัมภีร์ก่อนๆ ของพระเจ้าเป็นสิ่งที่จำเป็น ไม่มีความจำเป็นกว่าที่จะปฏิบัติตามอัลกุรอานคัมภีร์สุดท้าย และเป็นการดลใจ (วะฮีย) ที่สมบูรณ์ที่สุด อัลกุรอานเป็นคัมภีร์แท้ ไม่ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลง บริสุทธิ์และเป็นสากล
อัลกุรอานเป็นธรรมนูญแห่งชีวิต อธิบายถึงการนมาซ ชนิดของนมาซ แนวทางในการนมาซ การศรัทธาต่อพระเจ้า ศรัทธาต่อศาสดา ศรัทธาต่อมลาอิกะฮ ศรัทธาต่อคัมภีร์ และศรัทธาต่อวันสุดท้าย ศีลธรรม การทำอิบาดะฮ สิทธิหน้าที่ต่างๆ สิทธิพิเศษบางอย่าง คำสอนเกี่ยวกับชีวิต ความตาย การแต่งงาน การอยู่ร่วมกัน อาชีพ การบริการ การค้า ฯลฯ
เรื่องทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และชีวิตมนุษย์ในทางศาสนา คำสอนในเรื่องราวเหล่านี้ มีปรากฏอยู่ในอัลกุรอานทั้งสิ้น อัลกุรอานอาจเรียกได้ว่า "ธรรมนูญแห่งอิสลาม"
อัลกุรอานเป็นความจริง (Truth) ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนจบทีเดียว และเต็มไปด้วยธรรมของพระเป็นเจ้าในทุกด้าน ไม่มีแห่งใดที่ถูกอิทธิพลของคนชั่ว ที่จะมาเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขและไม่มีแห่งใดที่จะมีอารมณ์ แห่งความปรารถนาของมนุษย์เข้าไปเกี่ยวข้องเป็นคัมภีร์สุดท้ายของพระเจ้า และในขณะเดียวกัน เป็นสิ่งที่มาปรับปรุงคัมภีร์ก่อนๆ ให้ดีขึ้น (This definitely an improvement over earlier seriptues)
อ้างอิง
- สมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม. อะไรในอิสลาม กรุงเทพฯ (1) 2521.