จาก MuslimCampus
การศรัทธาต่อบรรดารสูล
อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของมุสลิม ที่จะต้องศรัทธาต่อบรรดารสูลของพระองค์ โดยจะแยกศรัทธาเพียงบางท่านไม่ได้ ดังมีบัญญัติในกุรอานไว้ว่า
2:136 "สูเจ้าทั้งหลายจงกล่าวว่า พวกเราศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และสิ่งที่ถูกประทานแก่เรา และที่ได้ถูกประทานลงมาแก่อิบรอฮีมและอิสมาอีล
และอิสหาก ยุอกูบ และบรรดาเผ่าพันธ์ทั้งหลาย และที่ได้ถูกประทานแก่มูซาและอีซา และที่ได้ถูกประทานแก่นบีทั้งหลาย เรามิได้จำแนกในระหว่าง
ผู้ใดในหมู่พวกเขา และเราเป็นผู้นอบน้อมต่อพระองค์"
อัลลอฮฺทรงแจ้งลักษณะแห่งการศรัทธาของมุอมิน (ผู้ศรัทธา) ต่อบรรดารสูลว่า
"รสูลนั้นได้ศรัทธาต่อสิ่งที่ถูกประทานแก่เขาจากพระผู้อภิบาลของเขา มุอมินทั้งหลายก็ได้ศรัทธาด้วย ทั้งหมดนั้นศรัทธาต่ออัลลอฮฺ
ต่อมลาอิกะฮของพระองค์ ต่อบรรดาคัมภีร์ของพระองค์ (โดยกล่าวว่า) พวกเราจะไม่แบ่งแยกระหว่างคนใดคนหนึ่งจากบรรดารสูลของพระองค์
และเขาทั้งหลายกล่าวว่า พวกเราได้ยินแล้ว และเชื่อฟังแล้ว โอ้พระผู้อภิบาลของพวกเรา พวกเราหวังที่จะได้รับการอภัยโทษจากพระองค์ และยังพระองค์นั้นคือการกลับไป"
อัลลอฮฺทรงแจ้งให้ทราบว่าคุณธรรมนั้นก็ขึ้นอยู่ในการศรัทธาอันนี้ โดยกล่าวว่า
2:177 "แต่ทว่าคุณธรรมนั้นคือผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ วันโลกหน้า มลาอิกะฮ คัมภีร์และนบีทั้งหลาย"
เมื่อมนุษยชาติศรัทธาต่อรสูลแต่เพียงบางท่านแล้วไซร์ เขย่อมตกอยู่ในฐานะผู้ปฏิเสธการศรัทธาโดยสิ้นเชิง อัลลอฮฺทรงแจ้งให้ทราบว่า
5:150-151 "แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธการศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และบรรดารสูลของพระองค์ และต้องการที่จะแบ่งแยกระหว่างอัลลอฮฺ
และบรรดารสูลของพระองค์ และกล่าวว่าพวกเราจะศรัทธาเพียงบางท่านและปฏิเสธบางท่าน และต้องการที่จะยึดถือทางใดทางหนึ่งระหว่างนั้น
เหล่านี้แหละคือผู้ที่ปฏิเสธการศรัทธาโดยแท้จริง"
บรรดารสูลเหล่านี้ ส่วนหนึ่งอัลลอฮฺทรงเล่าให้เราทราบโดยได้กล่านามของพวกเขาไว้ แต่อีกส่วนหนึ่งพระองค์มิได้เล่าไว้ให้พวกเราทราบ พระองค์ทรงกล่าวไว้ว่า
5:164 "และบรรดารสูลจำนวนหนึ่ง ซึ่งเราได้เล่าถึงพวกเขาแก่เจ้ามาก่อนแล้วและบรรดารสูลจำนวนหนึ่งเรามิได้เล่าแก่เจ้า"
ส่วนที่พระองค์ได้ทรงเล่าให้เราทราบนั้นมี 25 ท่านด้วยกัน ซึ่งได้ถูกระบุไว้ในดำรัสของพระองค์ที่ว่า
6:84-86 "และนั่นแหละคือหลักฐานของเราที่เราได้มอบให้แก่อิบรอฮีมไว้เพื่อเป็นข้อโต้แย้งแก่บรรดาประชาชาติของเขา เราจะได้เทิดผู้เราประสงค์
(ยังตำแหน่ง) หลายชั้น แท้จริงพระผู้อภิบาลของเจ้าเป็นผู้ทรงปรีชาญาณ ผู้ทรงรอบรู้ และเราได้มอบให้แก่เขา (อิบรอฮีม) ซึ่ง(บุตรชื่อ)
อิสหากและยะอกูบ ซึ่งเราได้นำทางให้แก่ทุกๆ คน และนุฮเราได้นำทางเขามาก่อน (สมัยอิบรอฮีม) และจากพงศ์พันธ์ของพวกเขาซึ่งได้แก่
ดาวูด สุลัยมาน อัยยุบ ยูซุฟ มูซา และฮารูน และในทำนองเดียวกันเราจะตอบแทนแก่ผู้ที่ประกอบคุณความดี และซะการียา ยะหยา อีซา และอิลยาสนั้น
ทุกคนอยู่ในหมู่สาธุชน และดิสมาอีล อัลยะสะอะ ยูนุสและลูต ทั้งหมดนั้น เราได้เทิดพวกเขาเหนือกว่าบรรดาประชาชาติทั้งหลาย"
อายะหที่กล่าวมานี้ได้ระบุบรรดารสูลไว้ 18 ท่าน ส่วนที่เหลือนั้นได้ถูกกล่าวถึงในโองการหรือวรรคอื่นๆ เช่น
3:33 "แท้จริงอัลลอฮฺได้ทรงคัดเลือก อาดัม นุฮ อิบรอฮีม และวงศ์วานของอิมรอน ให้เหนือกว่าบรรดาประชาชาติทั้งหลาย"
7:65 "และยังพวกอ๊าดนั้นเราได้ส่งพี่น้องของพวกเขาไป ซึ่งได้แก่ ฮูด"
11:61 "และยังพวกซะมูดนั้นเราได้ส่งพี่น้องของพวกเขาไป คือ ซอและห"
11:83 "และยังพวกมัดยันนั้นเราได้ส่งพี่น้องของเขาไป คือ ชุไอบ"
11:85-86 "และเราได้ส่งอิสมาอีล อิดรีส และซัลกิฟลี ไป ซึ่งทุกคนนั้นอยู่ในหมู่ผู้ที่อดทน และเราได้ให้เขาเหล่านั้นเข้าอยุ่ใน
ความเอ็นดูเมตตาของเรา แท้จริงเขาเหล่านั้นอยุ่ในหมู่สาธุชน"
33:40 "มุฮัมหมัดมิได้เป็นบิดาของคนใดในหมู่สูเจ้า หากแต่เขาเป็นรสูลของอัลลอฮฺ และเป็นนบีสุดท้ายแห่งนบีทั้งหลาย"
อนึ่งได้มีปรากฏรายงานว่านบีทั้งหมดนั้นมีอยู่ด้วยกัน 124 ท่าน
อ้างอิง
- สมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม. อะไรในอิสลาม กรุงเทพฯ (1) 2521.