อัลลอฮทรงครอบครองอำนาจ ซึ่งพระองค์จะทรงใช้อำนาจนั้นตามที่พระองค์ทรงมีความปรารถนาและมีเจตนารมณ์ไว้ ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่พระองค์จะทรงดำเนินการก็ย่อมจะเป็นไปตามความประสงค์ที่พระองค์จะทรงกำหนดไว้ หรือเป็นไปตามกฎสภาวการณ์ที่ทรงวางไว้
13:7 "และทุกสิ่งทุกอย่าง ณ พระองค์นั้นมีการกำหนดสภาวการณ์"
อัลลอฮนั้นไม่มีสิ่งใดจำเป็นแก่พระองค์ และจะไม่ทรงดำเนินการเพื่อผู้หนึ่งผู้ใดด้วย
3:8 "จงกล่าวเถิด (มูฮัมหมัด) ข้าแต่อัลลอฮผู้ทรงครอบครองอำนาจซึ่งพระองค์จะทรงประทานอำนาจให้แก่ผู้ใดก็ได้ที่พระองค์ทรงประสงค์
และจะทรงถอดถอนอำนาจจากผู้ใดก็ได้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และจะทรงให้เกียรติแก่ผู้ใดก็ได้ที่พระองค์ประสงค์ จะทรงให้ความอัปยศแก่ใครก็ได้
ที่พระองค์ทรงประสงค์ ความดีทั้งหลายนั้นอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ แท้จริงพระองค์ทรงเดชานุภาพเหนือสิ่งอื่นใด ทรงให้กลางคืนสั้นเข้าไปในกลางวัน
และกลางวันสั้นเข้าไปในกลางคืน และทรงให้สิ่งมีชีวิตออกมาจากสิ่งไม่มีชีวิต และให้สิ่งที่ไม่มีชีวิตออกมาจากสิ่งที่มีชีวิต และทรงประทานปัจจัยยังชีพ
แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์โดยไม่ต้องคำนวณ"
คืออัลลอฮได้ทรงใช้ให้มูฮัมหมัดรสูลของพระองค์ ประกาศในหมู่ประชาชนว่า อัลลอฮนั้นทรงเป็นเจ้าของอำนาจอันแท้จริง ซึ่งจะประทานอำนาจให้แก่ใครก็ได้ และจะทรงถอดถอนออกจากใครก็ได้ ทั้งนี้ย่อมเป็นไปตามกฎสภาวการณ์ของพระองค์เกี่ยวกับการให้และการถอดถอน และจะทรงให้เกียรติแก่ใครก็ได้ โดยให้เขาผู้นั้นได้มาซึ่งสาเหตุแห่งการได้เกียรติ และในทำนองเดียวกันกับการที่พระองค์จะให้ใครผู้ใดได้รับความอัปยศ
พระองค์ทรงครอบครองกิจการทั้งหลายทั้งหมด ทั้งดีและชั่ว จะทรงให้ใครก็ได้ ไม่ทรงให้ใครก็ได้ จะทรงให้คุณและโทษแก่ใครก็ได้ ทั้งนี้ก็เพราะว่าพระองค์ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง สิ่งที่แสดงให้เห็นถึงเดชานุภาพของพระองค์นั้นก็คือ สิ่งที่ประจักษ์ให้เห็นในจักรวาล การที่พระองค์ทรงมีอำนาจที่จะเลือกกระทำนั้นทรงกล่าวน้ำไว้อีกว่า
28:68 "และพระผู้อภิบาลของเจ้านั้นทรงสร้างตามที่พระองค์และทรงเลือกเฟ้นไม่เป็นการสมควรที่พวกเขาจะมีการเลือก"
อ้างอิง
- สมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม. อะไรในอิสลาม กรุงเทพฯ (1) 2521.